ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟอินเดียใต้ดับกว่า 20 ศพ เร่งสอบสาเหตุอุบัติเหตุอุตสาหกรรม
ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟอินเดียใต้ดับกว่า 20 ศพ เร่งสอบสาเหตุ (20.04.2026)

ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟอินเดียใต้ดับกว่า 20 ศพ เร่งสอบสาเหตุอุบัติเหตุอุตสาหกรรม

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่โรงงานผลิตดอกไม้ไฟแห่งหนึ่งในรัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 คน และบาดเจ็บอีกหลายราย เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ เนื่องจากกลุ่มควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนมองเห็นได้จากระยะไกล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว

รายละเอียดเหตุการณ์และจำนวนผู้เสียชีวิต

สื่อท้องถิ่นในอินเดียรายงานว่า ขณะเกิดเหตุระเบิด มีคนงานอยู่ในโรงงานประมาณ 50 คน ซึ่งเป็นช่วงเวลาทำงานปกติ จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน และบาดเจ็บอีก 11 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการระเบิดที่แน่ชัดได้ แต่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตหรือการเก็บรักษาวัตถุดิบที่เสี่ยงอันตราย อย่างไรก็ตาม โรงงานแห่งนี้มีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย

ปฏิกิริยาจากผู้นำและความกังวลด้านความปลอดภัย

นเรนดรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย รวมถึงมุขมนตรีของรัฐทมิฬนาฑู ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียในครั้งนี้ พร้อมสั่งการให้เร่งสอบสวนหาสาเหตุและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย เหตุระเบิดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในอินเดีย ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากการละเลยกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายที่ยังขาดประสิทธิภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประวัติอุบัติเหตุอุตสาหกรรมในอินเดีย

ก่อนหน้านี้ เพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งทางตอนกลางของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน ส่วนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีเหตุเพลิงไหม้โรงงานดอกไม้ไฟทางตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมของอินเดีย เพื่อปกป้องชีวิตคนงานและประชาชนในชุมชนโดยรอบ

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการระเบิด พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและครอบครัวอย่างเต็มที่ หวังว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะนำไปสู่มาตรการป้องกันที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต