คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ให้แจกใบเหลืองแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพังงา จำนวน 3 ราย ใน 3 เขตเลือกตั้ง เนื่องจากกระทำการหาเสียงโดยฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในเขตดังกล่าว
รายละเอียดการกระทำผิด
ผู้สมัครทั้งสามรายถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีการหาเสียงที่ไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 โดยมีการแจกเงิน สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงให้แก่ตน รวมถึงการใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอีกด้วย
รายชื่อผู้สมัครที่ถูกแจกใบเหลือง
- เขตเลือกตั้งที่ 1: นายสมชาย ใจดี ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล
- เขตเลือกตั้งที่ 2: นางสาวสุกัญญา รักชาติ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
- เขตเลือกตั้งที่ 3: นายอดิศร กล้าหาญ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งสามรายถูก กกต. สั่งให้หยุดหาเสียงทันที และต้องดำเนินการเลือกตั้งใหม่ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับใบเหลือง
ผลกระทบต่อการเลือกตั้ง
การแจกใบเหลืองครั้งนี้ส่งผลให้การเลือกตั้งในจังหวัดพังงาต้องล่าช้าออกไป โดย กกต. จะต้องจัดเตรียมการเลือกตั้งใหม่ในทั้ง 3 เขต ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง
ด้านผู้สมัครทั้งสามรายมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาภายใน 30 วัน หากไม่พอใจคำตัดสินของ กกต.
ปฏิกิริยาจากพรรคการเมือง
พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่านายสมชาย ใจดี ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ขณะที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีการแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ
ด้านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ต้องทำใหม่จะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณและเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารงานจังหวัด เนื่องจาก สส. ที่ได้รับเลือกตั้งจะต้องเข้ามาทำหน้าที่ในการผลักดันนโยบายต่างๆ
ข้อแนะนำสำหรับผู้สมัคร
กกต. เรียกร้องให้ผู้สมัครทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้เงินในการหาเสียง การแจกสิ่งของ และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ กกต. จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการหาเสียงในพื้นที่อื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก



