เวียดนามเตรียมเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ มูลค่ากว่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์
เวียดนามเตรียมเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ มูลค่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์

เวียดนามเตรียมเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ มูลค่ากว่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์

รัฐบาลเวียดนามเตรียมเปิดตัวโครงการรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ มูลค่ากว่า 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท โดยเส้นทางรถไฟจะเชื่อมต่อระหว่างกรุงฮานอย เมืองหลวงทางตอนเหนือ และนครโฮจิมินห์ซิตี้ทางตอนใต้ ระยะทางรวม 1,545 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ได้รับการออกแบบให้มีขบวนรถไฟที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางระหว่างสองเมืองใหญ่จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 30 ชั่วโมงโดยรถไฟธรรมดา เหลือเพียงประมาณ 5 ชั่วโมงเท่านั้น คาดว่าโครงการจะเริ่มการก่อสร้างในปี 2570 และจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2588

เส้นทางรถไฟจะผ่าน 20 จังหวัดและเมือง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น จังหวัดกว๋างบิ่ญ, ดานัง, และญาจาง โดยจะมีสถานีทั้งหมด 23 สถานี และคาดว่าจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 100 ล้านคนต่อปีเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การลงทุนและการเงิน

เงินลงทุนจำนวนมหาศาลนี้จะมาจากหลายแหล่ง รวมถึงงบประมาณแผ่นดิน, เงินกู้จากต่างประเทศ, และการร่วมลงทุนกับเอกชน รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าที่จะจัดหาเงินทุนร้อยละ 50 จากงบประมาณแผ่นดิน และอีกร้อยละ 50 จากการกู้ยืมและการลงทุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟความเร็วสูง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

โครงการนี้คาดว่าจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนาม โดยจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่เส้นทางผ่าน สร้างงานจำนวนมากในช่วงการก่อสร้างและการดำเนินงาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างเมืองใหญ่และชนบท

ความท้าทาย

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การเวนคืนที่ดิน, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, และการจัดการหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลเวียดนามจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จและยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี ฝ่าม มิญ จิ๊ญ กล่าวว่าโครงการนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ และจะช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนามให้ทัดเทียมกับประเทศที่พัฒนาแล้วในภูมิภาค