บุกค้น 32 บริษัทต่างชาติเกาะพะงัน ใช้ไทยนอมินี จับ 22 ราย รองสำราญนำลุย
บุกค้น 32 บริษัทต่างชาติเกาะพะงัน ใช้ไทยนอมินี จับ 22 ราย

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติการทลายเครือข่ายต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีการเข้าค้นบริษัทจำนวน 32 แห่ง และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 22 ราย

ปฏิบัติการครั้งใหญ่

การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดยรองสำราญ ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมกันเข้าตรวจสอบบริษัทที่ต้องสงสัยว่ามีชาวต่างชาติแอบอ้างใช้คนไทยเป็นเจ้าของกิจการแทน หรือที่เรียกว่า "นอมินี" เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย

จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวดำเนินธุรกิจหลายประเภทบนเกาะพะงัน เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และบริการอื่นๆ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องหลายร้อยล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การจับกุมและยึดทรัพย์

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 22 ราย แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 14 ราย และคนไทย 8 ราย พร้อมยึดเอกสารสำคัญ คอมพิวเตอร์ และทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

  • ค้นบริษัท 32 แห่ง
  • จับกุม 22 ราย
  • ยึดทรัพย์มูลค่าหลายล้านบาท

รองสำราญกล่าวว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายไทยอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ เราจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง"

ผลกระทบต่อเกาะพะงัน

เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ การใช้คนไทยเป็นนอมินีทำให้ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นการเอาเปรียบคนไทยและทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทางการไทยได้ประกาศจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกิจที่มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้อง และขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปราบปรามการใช้นอมินีของชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการไทยและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ