ดราม่าบุกรุกสวนป่าชายเลน จ.กระบี่ เจ้าของที่ดินแจ้งความเอาผิด
ดราม่าบุกรุกสวนป่าชายเลนกระบี่ เจ้าของที่ดินแจ้งความ

ดราม่าบุกรุกสวนป่าชายเลน จ.กระบี่ เจ้าของที่ดินแจ้งความเอาผิด

เกิดเหตุการณ์ดราม่าร้อนแรงในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เมื่อมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งอ้างตนเป็นเจ้าของที่ดินและได้บุกรุกเข้าไปในสวนป่าชายเลน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและเจ้าของที่แท้จริงที่ครอบครองพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน

รายละเอียดเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มบุคคลประมาณ 10 คน ได้เข้าไปในสวนป่าชายเลนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ในตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยพวกเขาอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินและได้นำเครื่องจักรหนักเข้ามาปรับพื้นที่เพื่อเตรียมปลูกปาล์มน้ำมัน สร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์

นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริง เปิดเผยว่า ตนครอบครองพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 โดยได้รับมรดกจากบิดามารดา และมีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวอ้างสิทธิ์และบุกรุกเข้ามา โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดำเนินคดี

นายสมชายได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ พร้อมนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินและหลักฐานอื่น ๆ มอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุกรุกในข้อหาบุกรุกที่ดินของผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์สินของทางราชการ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชายเลนที่อยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

พ.ต.อ. ธนากร ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า ทางตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนและอยู่ระหว่างสอบสวนพยานหลักฐาน รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของทั้งสองฝ่าย หากพบว่ากลุ่มบุกรุกกระทำผิดจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สวนป่าชายเลนแห่งนี้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและเป็นแนวป้องกันคลื่นธรรมชาติที่สำคัญของพื้นที่ การบุกรุกและการปรับพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง ชาวบ้านในพื้นที่ต่างออกมาแสดงความกังวลและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา

นางสาวอารยา อายุ 40 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ป่าชายเลนแห่งนี้เป็นเสมือนปอดของชุมชน หากถูกทำลายจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัดกระบี่

ข้อสรุป

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะและที่ดินของผู้อื่นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิทธิของประชาชน