จากกรณีปริศนาชายวัย 58 ปี พลัดตกคลองชลประทานในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย แต่กลับพบข้อพิรุธหลายประการ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยไล่เรียงเหตุการณ์ดังนี้
เหตุการณ์พบชายเกาะตอม่อกลางคลอง
สิบเอกนิเวชย์ เจียมสัน หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลพลายชุมพล เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. วันที่ 30 เมษายน 2569 งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลพลัดตกลงไปในคลองชลประทาน บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทาน (สะพานเล็ก) ในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่กองช่างและทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชาย 1 ราย อยู่ในสภาพอ่อนแรง เกาะตอม่อสะพานอยู่กลางคลอง เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือ และสามารถนำตัวขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความลุ้นระทึกของผู้พบเห็น
ชายคนดังกล่าวมีอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่ประสานทีมปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพลายชุมพล เข้าทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนประสานรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำส่งรักษาต่ออย่างเร่งด่วน โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
คำให้การภรรยาแย้งกับผู้บาดเจ็บ
จากการสอบถามหญิง 1 ราย ซึ่งแสดงตัวเป็นภรรยาของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลว่า ตนและสามีเดินทางออกจากบ้านในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพาสามีไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่เมื่อมาถึงบริเวณสะพานดังกล่าว สามีเข้าใจผิดว่าถึงโรงพยาบาลแล้ว จึงเปิดประตูรถลง เป็นเหตุให้พลัดตกลงไปในคลองชลประทานใต้สะพาน
อย่างไรก็ตาม สิบเอกนิเวชย์ เปิดเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่รู้สึกสงสัยในหลายจุด จึงตรวจสอบกล้อง CCTV เพื่อย้อนดูเหตุการณ์ พบว่าเวลา 10.31 น. วันเกิดเหตุ รถคันดังกล่าวขับมาจากถนนพิษณุโลก–สุโขทัย เลี้ยวเลาะคลองชลประทานฝั่งตรงข้ามเทศบาลตำบลพลายชุมพล จากนั้นเลี้ยวขวาขึ้นสะพานเก่าบริเวณด้านหลังเทศบาลและมาจอดรถอยู่กลางสะพาน
กระทั่งเวลา 10.34 น. กล้องวงจรปิดจับภาพคนขับรถเก๋งสีขาวคันดังกล่าวเปิดประตูฝั่งคนขับลงไป และเดินอ้อมไปบริเวณฝั่งผู้โดยสารด้านซ้ายของรถ จากนั้นกล้องจับภาพคุณลุงตกลงไปในคลองชลประทาน พร้อมกับมีถุงดำปลิวลงไปด้วยหนึ่งถุง
กล้องวงจรปิดยังจับภาพคุณลุงพยายามตะเกียกตะกายว่ายน้ำจนไปเกาะตอม่อกลางสะพาน ขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ขับรถวนออกไปเลี้ยวซ้ายออกจากที่เกิดเหตุมุ่งหน้าถนนเลี่ยงเมือง และวนกลับมาอีก 1 รอบแต่ไม่ได้จอด
กระทั่งเวลา 10.45 น. รถของเทศบาลตำบลพลายชุมพลขับมาตามคลองชลประทานและพบเห็นคุณลุงเกาะตอม่อ จึงจอดรถแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมแจ้งงานป้องกันเทศบาลเพื่อนำเสื้อชูชีพลงไปช่วย ขณะที่กำลังจะลงไปช่วยนั้น รถเก๋งคันดังกล่าววนกลับมาจอดกลางสะพาน และให้ข้อมูลว่าเป็นภรรยาของลุง ก่อนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างคุณลุงส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล
พยานพบเห็นและข้อพิรุธ
นายชาญฤทธิ์ ขุนจง พนักงานขับรถ 6 ล้อสีเหลืองที่พบคุณลุงในคลองคนแรก กล่าวว่า ขณะขับรถลากยางมองไปที่ใต้สะพานเห็นลุงติดอยู่ จึงลงจากรถเพื่อช่วยเหลือ และถามลุงว่ามาทำอะไรตรงนี้ คำตอบของคุณลุงคือ มีคนนำลุงมาทิ้งไว้ตรงนี้ พูดอย่างชัดเจน และตนเองก็มีพยาน ส่วนรถเก๋งในภาพวงจรปิด ณ เวลานั้นตนไม่พบ แต่หลังจากช่วยเหลือลุงได้ประมาณ 2 นาที รถเก๋งสีขาวคันดังกล่าวก็มาจอดบนสะพาน และผู้หญิงสวมเสื้อสีเหลืองลงมาจากรถบอกตนว่าคุณลุงคือพ่อ จากนั้นตนก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนี้ เน้นช่วยเหลือคุณลุงโดยโทรศัพท์บอกเพื่อนในเทศบาลให้นำเสื้อชูชีพมา
น.ส.นภัสสร อู่แสนขันธ์ และนายกฤต โตอิ่ม เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลพลายชุมพล ที่ไปช่วยปฐมพยาบาลคุณลุง กล่าวว่า ทีมกู้ชีพได้รับแจ้งเมื่อเวลา 11.00 น. ว่ามีคนประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ล้มตกลงไปในน้ำ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบคุณลุงได้รับบาดเจ็บนอนใต้สะพาน สภาพอ่อนแรง เนื้อตัวไม่มีบาดแผล เมื่อถามชื่อก็บอกแค่ชื่อและไม่บอกอะไร พร้อมสายตาหลบหน้า พอถามเพิ่มเติมว่ามากับใคร ผู้หญิงอยู่ใกล้ๆ ก็บอกว่าให้บอกเจ้าหน้าที่ไปสิว่ามากับเมีย และผู้หญิงคนดังกล่าวบอกว่าคุณลุงไม่มีโรคประจำตัว และกำลังพาไปโรงพยาบาล
ทั้งนี้ สังเกตว่าคุณลุงพูดคำตอบคำ สอบถามอะไรก็มีอาการไม่อยากตอบคำถาม แต่ข้อพิรุธคือรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวข้ามสะพานนี้ทำไม เนื่องจากสะพานที่รถเก๋งข้ามไม่มีรถยนต์คันไหนข้ามแล้ว เพราะไม่มีราวสะพานและอันตราย ทั้งๆ ที่สะพานใกล้กันประมาณ 50 เมตร มีความใหญ่และมีราวสะพานซึ่งปลอดภัยกว่า ทำไมรถยนต์สีขาวคันดังกล่าวถึงไม่ข้ามสะพานนั้น
นายไชยโชติ สุขป้อม เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลพลายชุมพล คนเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวก่อนเกิดเหตุ เล่าว่า ตนกำลังนำกิ่งไม้ไปทิ้งบริเวณตรงคอสะพาน และเห็นผู้ชายลงจากรถยนต์เก๋งสีขาว แต่ไม่ได้สนใจอะไร ทำงานต่อและได้แซวกับพี่ร่วมงานว่าสงสัยจอดรถเล่นน้ำ กระทั่งกำลังเดินกลับที่ทำงาน ประจวบเหมาะมีพี่ที่ทำงานขับรถมอเตอร์ไซค์และตะโกนบอกตนว่ามีคนตกน้ำ พอหันกลับไปมองรถยนต์เก๋งสีขาวคันดังกล่าวไม่อยู่แล้ว แต่ยืนยันว่าพบเห็นผู้ชายเสื้อสีขาวเป็นคนขับรถยนต์เก๋งคันสีขาว และเห็นอีกครั้งรู้ว่าเป็นภรรยาคุณลุงสวมเสื้อสีเหลืองอยู่ที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นปริศนา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาความจริงต่อไป



