วีระยุทธ วิจารณ์รัฐบาล ผิดหวังเอกนิติแจงวิกฤตน้ำมันซ้ำเดิม ชี้ขาดความคืบหน้าเยียวยา
วีระยุทธ ผิดหวังเอกนิติแจงวิกฤตน้ำมันซ้ำเดิม ขาดความคืบหน้า

วีระยุทธ วิจารณ์รัฐบาล ผิดหวังเอกนิติแจงวิกฤตน้ำมันซ้ำเดิม ชี้ขาดความคืบหน้าเยียวยา

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้สรุปการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลในส่วนของพรรคประชาชนเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา โดยแสดงความผิดหวังอย่างมากต่อการชี้แจงของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในประเด็นวิกฤตน้ำมันและมาตรการเยียวยา

วิกฤตน้ำมันซ้ำซาก ไม่เห็นความคืบหน้า

นายวีระยุทธระบุว่า การชี้แจงของนายเอกนิติในสภาฯ เกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันนั้น เหมือนกับสิ่งที่เคยพูดไว้เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ทุกประการ โดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกี่ยวกับมาตรการเยียวยาที่เป็นรูปธรรม เขากังวลว่าอาจต้องรอถึงวันเสาร์ที่ 11 เมษายนนี้อีกหรือไม่ ในขณะที่ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องรายวันและต้องการการแก้ไขทันที

"ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นความเดือดร้อนรายวัน จึงอยากให้เริ่มทำทันที เพราะล่าช้ามาหลายสัปดาห์แล้ว" นายวีระยุทธกล่าว พร้อมย้ำว่าข้อเสนอช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางก่อนนั้นพรรคประชาชนเห็นด้วย แต่รัฐบาลยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการกับกลุ่มใด เนื่องจากขณะนี้ทุกกลุ่มต่างเปราะบางทั้งหมด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เรียกร้องความโปร่งใสผ่าน พ.ร.บ.โอนงบฯ

สำหรับมาตรการทางการเงิน นายวีระยุทธเสนอว่า หากรัฐบาลต้องการดำเนินการ ควรทำให้เป็นกระบวนการที่โปร่งใสผ่าน พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย (พ.ร.บ.โอนงบฯ) ซึ่งเคยทำมาแล้วและสามารถทำผ่านสภาฯ ได้ โดยในปี 2563 ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เขาชี้ว่า การออกพระราชกำหนดเงินกู้ (พ.ร.ก.เงินกู้ฯ) นั้นต้องชัดเจนว่าจะใช้หรือไม่ เพราะส่วนนี้ได้เต็มที่ 50,000 ล้านบาทเท่านั้น และอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า ทำให้ข้าราชการจำนวนมากลังเลจะใช้เงินและโอนกลับไปที่รัฐบาล

ตั้งคำถามข้อมูลมะพร้าวและปุ๋ยจากศุภจี

ในส่วนของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวีระยุทธแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลสินค้าการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าว ที่มีการยืนยันว่าราคาขึ้นไป 7 บาทแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 9 เมษายน ตัวเลขอยู่ที่ 3 บาทเท่านั้น

"ต้องขอเรียนนางศุภจีว่า ฟังข้าราชการอย่างเดียวไม่พอ ต้องฟังคนหน้างานและดูข้อมูลที่แท้จริงว่าราคาเท่าใด จึงจะบริหารจัดการได้" เขากล่าว พร้อมเรียกร้องให้ติดตามปัญหาหน้างานอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ เขายังได้รับข้อเรียกร้องจำนวนมากเกี่ยวกับปุ๋ยขาดตลาด โดยเฉพาะสูตรที่จำเป็นต้องใช้ และขอให้รัฐบาลช่วยตามต่อว่าจากวิกฤตน้ำมันจะนำไปสู่ปัญหาปุ๋ยหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการเปิดเผยว่าตรึงราคาปุ๋ยเท่าใดอย่างไร

วิจารณ์รัฐบาลเดินตามหลังประชาชน

นายวีระยุทธมองว่า รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินตามหลังประชาชนมากเกินไป ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ เขาคาดหวังให้รัฐบาลเดินนำหน้า บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะเตรียมพร้อมอย่างไร เช่น มาตรการสงกรานต์ที่เพิ่งออกมาไม่กี่วัน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะช่วยให้การเดินทางไม่สะดุดอย่างไร

สำหรับแนวโน้มมาตรการล็อกดาวน์หลังสงกรานต์ เช่น การเปิด-ปิดปั๊มน้ำมันเป็นเวลา เขาตั้งคำถามว่าเรื่องน้ำมันเป็นปัญหากักตุนหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีบอกว่ามีการใช้น้ำมันเหลือแค่ 40 กว่าล้านลิตร

"ข้อแรกต้องสงสัยก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบ มีการนำน้ำมันที่กักตุนออกมาใช้หรือไม่ จึงอยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อน ไม่เช่นนั้นจะทำให้การวางแผนนโยบายถัดจากนี้มีปัญหา" นายวีระยุทธกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าข้อมูลต้องชัดเจนเพื่อการวางแผนที่แม่นยำ

การอภิปรายนโยบายรัฐบาลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของพรรคประชาชนต่อความล่าช้าและความไม่ชัดเจนของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤตน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง