พายุโคนีพัดถล่มไต้หวันอย่างรุนแรงในรอบ 30 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 73 ราย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพายุได้พัดถล่มพื้นที่ทางตะวันออกของเกาะไต้หวัน สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
รายละเอียดเหตุการณ์
พายุโคนีมีความเร็วลมสูงสุดถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งค้นหาผู้สูญหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ถูกน้ำพัดหายไป ขณะที่ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับรถยนต์และบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก
ผลกระทบต่อประชาชน
ทางการไต้หวันได้ประกาศเตือนภัยพายุและสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า แต่ยังมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงทำได้ยาก หน่วยงานบรรเทาทุกข์ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ประสบภัย
- ผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกต้นไม้ล้มทับ
- ผู้สูญหาย 73 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวประมงที่ออกเรือ
- บ้านเรือนเสียหายกว่า 500 หลัง
- ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 2 แสนครัวเรือน
การตอบสนองของทางการ
กองทัพไต้หวันได้ระดมกำลังพลและเฮลิคอปเตอร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้สูญหาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อประสานงานการกู้ภัยและการบรรเทาทุกข์
นายกรัฐมนตรีของไต้หวันได้เดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งสั่งการให้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคโดยเร็วที่สุด
ข้อควรระวังสำหรับประชาชน
ทางการขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้ ควรเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไว้ให้พร้อมในกรณีฉุกเฉิน
พายุโคนีถือเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดที่พัดถล่มไต้หวันในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่พายุเฮอร์เบิร์ตในปี 2539 ซึ่งครั้งนั้นสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลเช่นกัน



