ทรัมป์เผยความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขีปนาวุธถูกทำลายเกือบหมด เป้าหมายใกล้บรรลุ
ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการสู้รบกับอิหร่าน โดยย้ำว่าเป้าหมายของปฏิบัติการกำลังใกล้บรรลุผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทรัมป์เปิดเผยว่า "ขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว" หลังจากที่กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และอุตสาหกรรมทางทหารของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของสหรัฐฯ
ทรัมป์เน้นย้ำไม่ต้องการน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำมัน โดยระบุชัดเจนว่า สหรัฐอเมริกาไม่ต้องการน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันเพียงพอภายในประเทศแล้ว เขาย้ำว่าประเทศอื่นๆ ที่ได้ประโยชน์จากช่องแคบแห่งนี้ควรจะต้องรับผิดชอบดูแลกันเอง ทรัมป์มองว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของลูกหลานชาวอเมริกันในการจัดการกับภัยคุกคามจากอิหร่าน
ทรัมป์อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้ตนจะเลือกใช้แนวทางการทูตเป็นอันดับแรกเสมอ แต่อิหร่านกลับปฏิเสธข้อเสนอ รวมถึงการที่อิหร่านมีอาวุธที่ไม่มีใครคาดคิด ซึ่งสหรัฐฯ ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างรุนแรง เขาคาดการณ์ว่าในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เป้าหมายหลักจะสำเร็จลุล่วง โดยหลังจากปฏิบัติการ 32 วัน อิหร่านได้รับความเสียหายมหาศาลและจะไม่สามารถสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้อีกต่อไป
สื่อตั้งข้อสังเกตถึงการขาดเส้นตายและสัญญาณยุติสงคราม
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการแถลงข่าวครั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อมวลชนว่า ทรัมป์ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ถึงการยุติการสู้รบกับอิหร่าน รวมถึงไม่ได้ระบุเส้นตายสำหรับการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของสงครามครั้งนี้
อิหร่านโต้แย้งด้วยจดหมายเปิดผนึกถึงชาวอเมริกัน
ก่อนหน้าการแถลงข่าวของทรัมป์ มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกที่ส่งถึงประชาชนอเมริกัน โดยเรียกร้องให้ชาวอเมริกันตั้งคำถามกับแรงจูงใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน จดหมายฉบับนี้ระบุว่า:
- สงครามครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวอเมริกันอย่างแท้จริง
- สหรัฐฯ ถูกบงการโดยระบอบการปกครองของอิสราเอล และเข้ามาแทรกแซงในฐานะตัวแทน
- การปฏิบัติการทางทหารกำลังทำลายสถานะของสหรัฐฯ ในเวทีโลกให้แย่ลง
- อิหร่านยืนยันว่าการกระทำของตนเป็นการป้องกันตัว และไม่เคยคิดรุกรานเพื่อนบ้าน
ประธานาธิบดีอิหร่านยังย้ำด้วยว่า อิหร่านไม่ได้มองชาวอเมริกันทั่วไปเป็นศัตรู และขอให้ประชาชนอเมริกันทบทวนการกระทำของรัฐบาลทรัมป์อย่างจริงจัง
ในส่วนอื่นๆ ของข่าว ทรัมป์ยังได้เข้าฟังการพิจารณาคดีสิทธิพลเมืองผู้อพยพที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ด้วยตนเอง ในขณะที่อิหร่านปฏิเสธคำอ้างของทรัมป์ที่ระบุว่าไม่ใช่ฝ่ายที่ร้องขอให้หยุดยิง สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงน่าจับตามองอย่างใกล้ชิด



