สิงคโปร์เตือนวิกฤตพลังงานตะวันออกกลางกระทบรุนแรง เรียกประชุมด่วนวางแผนรับมือ
สำนักข่าว CNA รายงานเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ว่า นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ออกแถลงการณ์ด่วนถึงประชาชนชาวสิงคโปร์ โดยเตือนว่า อาจเกิด "ผลกระทบร้ายแรง" หากแหล่งพลังงานและเส้นทางการขนส่งจากตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน พร้อมทั้งประกาศเรียกประชุมคณะกรรมการระดับรัฐมนตรีเพื่อประสานงานการรับมือในระดับชาติทันที
คณะกรรมการระดับรัฐมนตรีรับมือวิกฤตพลังงาน
คณะกรรมการระดับรัฐมนตรีในการรับมือวิกฤตดังกล่าว มี นายเค.ชานมูกัม รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน และมี นายกัน คิม ยง รองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษา ซึ่งได้เริ่มปรับปรุงแผนฉุกเฉินและพัฒนาแผนใหม่ ๆ แล้ว โดยคำนึงถึง "สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
คณะกรรมการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการบริหารจัดการวิกฤตในวงกว้างของสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นหลังจากการระบาดของโรคซาร์ส เพื่อประสานงานการตอบสนองระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ในช่วงภาวะฉุกเฉินระดับชาติครั้งใหญ่ โดยให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์และทางการเมืองในช่วงวิกฤต โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสภาวะปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
มาตรการรับมือระยะสั้นและระยะยาว
นายหว่องยังได้กล่าวถึงการตอบสนองของสิงคโปร์ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานของสิงคโปร์ เขากล่าวว่า สิงคโปร์สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในระยะสั้นได้เป็นอย่างดี โดย:
- โรงกลั่นต่าง ๆ ลดกำลังการผลิตลง
- บริษัทต่าง ๆ หันไปหาแหล่งจัดหาวัตถุดิบจากนอกตะวันออกกลาง
- ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) กำลังหาแหล่งจัดหาทางเลือกอื่น ๆ ทั่วโลก
รัฐบาลกำลังเสริมสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาวด้วยการกระชับความร่วมมือด้านพลังงาน รวมถึงกับออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้กับสิงคโปร์มากกว่าหนึ่งในสาม นอกจากนี้ยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับนิวซีแลนด์เพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าจำเป็นและอาหารจะยังคงเปิดให้บริการในช่วงวิกฤต
มาตรการช่วยเหลือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบ
นายหว่องยังกล่าวว่า มาตรการต่างๆ ที่ประกาศในงบประมาณประจำปีนี้ เช่น ส่วนลด U-Save เพิ่มเติม กำลังถูกนำไปใช้ โดยมีแผนที่จะปรับปรุงเพิ่มเติมและจ่ายเงินเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังจะมีการให้ความช่วยเหลือแบบเจาะจงแก่ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในรัฐสภาสัปดาห์หน้า
การแถลงการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลาง เช่น เกาหลีใต้ที่ผลักดันงบฉุกเฉิน 2.62 ล้านล้านวอน และอังกฤษที่นำการหารือกับ 30 ชาติเพื่อวางโรดแมปเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง สะท้อนถึงความตึงเครียดระดับโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์



