นักวิชาการวิเคราะห์อิหร่านได้เปรียบยุทธศาสตร์จากข้อตกลงหยุดยิง สหรัฐฯถอนตัว อิสราเอลเสียประโยชน์
ในรายการพิเศษ "วิกฤตตะวันออกกลาง" ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ดร.รุสตั้ม หวันสู จากสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ให้การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์การหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน โดยชี้ให้เห็นผลประโยชน์และความสูญเสียของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน
อิหร่านชนะในเชิงยุทธศาสตร์จากเงื่อนไขสำคัญ
ดร.รุสตั้ม วิเคราะห์ว่า อิหร่านได้รับชัยชนะในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญสองประการได้รับการยอมรับ นั่นคือประเด็นทางเศรษฐกิจและการคุ้มครองเครือข่ายพันธมิตรของอิหร่าน ในขณะที่สหรัฐอเมริกามองหาทางออกจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่านและยืดเวลาการโจมตีออกไป 2 สัปดาห์เพื่อเปิดทางเจรจา ซึ่งสะท้อนความต้องการ "ทางลง" โดยไม่ให้ดูเหมือนเป็นผู้พ่ายแพ้
"อิหร่านมีอำนาจต่อรองสูงกว่าในขณะนี้ ทำให้ข้อเสนอของอิหร่านถูกนำมาเป็นร่างหลักในการพิจารณา แทนที่ 15 ข้อของสหรัฐฯ" ดร.รุสตั้ม กล่าวเสริม
สหรัฐฯได้ประโยชน์จากการหยุดความสูญเสียและถอนตัว
สำหรับสหรัฐอเมริกา ดร.รุสตั้ม มองว่าฝ่ายนี้ได้ประโยชน์ในแง่ของการหยุดความสูญเสีย รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันโลก และได้โอกาสถอนตัวจากสงครามที่กินเวลานาน อย่างไรก็ตาม ผู้เสียประโยชน์หลักคืออิสราเอล ซึ่งต้องเผชิญกับความเสียเปรียบอย่างหนัก เนื่องจากไม่ต้องการให้สหรัฐฯหยุดสงคราม และต้องยอมรับการมีอยู่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ชายแดนโดยไม่สามารถโจมตีได้
ดร.รุสตั้ม ยังเชื่อว่าตัวกลางที่ผลักดันให้การเจรจาประสบความสำเร็จคือปากีสถานและโอมาน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประสานความขัดแย้ง
หัวใจหลักของอิหร่านและจุดเปราะบางในการเจรจา
จากการวิเคราะห์ข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน ดร.รุสตั้ม ชี้ว่ามี 3 ข้อที่เป็นหัวใจหลักที่น่าจะไม่ยอมลงให้สหรัฐฯอย่างแน่นอน ได้แก่
- การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยอิหร่านอ้างว่าเพื่อสันติภาพ
- การพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธเพื่อรักษาขีดความสามารถทางทหาร
- การคุ้มครองกลุ่มพันธมิตรต่างๆของอิหร่าน
ในส่วนของจุดเปราะบาง ดร.รุสตั้ม ระบุว่าการขาดความไว้วางใจต่อกันเป็นปัญหาหลัก รวมถึงข้อเรียกร้องให้สหรัฐฯถอนฐานทัพออกจากภูมิภาค ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่สหรัฐฯยอมรับได้ยาก นอกจากนี้ การที่อิหร่านอาจพยายามเก็บค่าผ่านทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังขัดกับหลักน่านน้ำสากล
ปัจจัยซ่อนเร้นและอนาคตของการเจรจา
ดร.รุสตั้ม ยังกล่าวถึงปัจจัยซ่อนเร้นอย่างประเด็น "เปโตรดอลลาร์" ที่สหรัฐฯกังวล เนื่องจากอิหร่านพยายามใช้เงินสกุลอื่นในการซื้อขายน้ำมัน ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจเศรษฐกิจของสหรัฐฯโดยตรง นอกจากนี้ สหรัฐฯกำลังเสียสถานะ "เจ้าผู้นำ" ในตะวันออกกลางและถูกมองว่าปกป้องแต่อิสราเอลจนละเลยพันธมิตรอาหรับ
"อีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาตัดสินว่าการเจรจาที่ปากีสถานจะนำไปสู่การหยุดยิงถาวร หรือจะเป็นเพียงการพักรบเพื่อเติมกระสุนของทั้งสองฝ่าย" ดร.รุสตั้ม กล่าวสรุป พร้อมเน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงล้อมรอบกระบวนการสันติภาพในภูมิภาคนี้



