รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณอาจถอนตัวจากนาโต หลังพันธมิตรล้มเหลวสนับสนุนการโจมตีอิหร่าน
อัลจาซีรา รายงานข่าวสำคัญว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าอาจพิจารณาถอนตัวออกจากองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต โดยอ้างถึงความล้มเหลวของพันธมิตรในการให้การสนับสนุนการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งเกิดขึ้นในวันนี้ (9 เมษายน 2569) การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินต่อไป
โฆษกทำเนียบขาวชี้สงครามเป็น 'การทดสอบ' และพันธมิตรล้มเหลว
คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวในการแถลงข่าวว่า สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่านถือเป็น "การทดสอบ" ที่สำคัญ และเธอได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่าพันธมิตรในนาโตล้มเหลวในการสนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว นอกจากนี้ ลีวิตต์ยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเตรียมพร้อมที่จะ "สนทนาอย่างตรงไปตรงมา" กับมาร์ค รุตเต หัวหน้าองค์การนาโต เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นนี้โดยละเอียด
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างทรัมป์กับนาโต
รายงานของอัลจาซีราระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับนาโตมาโดยตลอด ในอดีต เขาประสบความสำเร็จในการกดดันพันธมิตรให้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ แต่ก็เคยขู่ว่าจะใช้กำลังทหารสหรัฐฯ ยึดกรีนแลนด์จากเดนมาร์กซึ่งเป็นพันธมิตรของนาโตเช่นกัน หลังจากที่อิหร่านถูกลดความสำคัญลงไปในบางช่วง ทรัมป์จึงหันมาให้ความสนใจกับนาโตอีกครั้ง และการส่งสัญญาณอาจถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการล่าสุดที่สะท้อนถึงความไม่พอใจของเขา
บริบทของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
การเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ โดยมีรายงานข่าวที่เกี่ยวข้อง เช่น:
- อิสราเอลโจมตีครั้งใหญ่ในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 254 คน
- ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 50% สำหรับทุกประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่าน
- ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ตั้งเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที
- การสนับสนุนหยุดยิงจากอิสราเอลและอิหร่าน แต่บางส่วนไม่ครอบคลุมเลบานอน
การที่รัฐบาลทรัมป์ส่งสัญญาณอาจถอนตัวจากนาโตในเวลานี้ ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงโลก โดยเฉพาะในบริบทของสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายในเร็ววัน



