อิสราเอลยืนยันสังหารหลานชายผู้นำเฮซบอลลาห์ในเบรุต ท่ามกลางเหตุนองเลือด 180 ศพ
กองทัพอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการปฏิบัติการทางทหารครั้งสำคัญในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยสามารถสังหาร อาลี ยูซุฟ ฮาร์ชี ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญผู้ดำรงตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวและที่ปรึกษาใกล้ชิดของ นาอิม กัสเซ็ม เลขาธิการพรรคเฮซบอลลาห์ และยังมีศักดิ์เป็นหลานชายแท้ ๆ ของผู้นำกลุ่มอีกด้วย การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการสั่นคลอนระบบความมั่นคงภายในของกลุ่มเฮซบอลลาห์อย่างรุนแรง เนื่องจากฮาร์ชีเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำหน้าที่บริหารจัดการและดูแลระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดภายในสำนักงานของกัสเซ็ม
เลบานอนเผชิญวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม
การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในพื้นที่ย่านการค้าและที่พักอาศัยของกรุงเบรุต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 182 คน ทำให้เลบานอนต้องเผชิญกับวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงครามในภูมิภาค การยกระดับความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างมหาอำนาจเริ่มสั่นคลอน โดยเฉพาะระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งแต่ละฝ่ายมีมุมมองที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ข้อตกลงหยุดยิงสั่นคลอน สถานการณ์ตะวันออกกลางเสี่ยงวิกฤต
ขณะที่ทางฝั่งอิหร่านและสหรัฐฯ พยายามรักษาข้อตกลงหยุดยิงเดิมไว้ แต่กองทัพอิสราเอลยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีผลครอบคลุมถึงการทำสงครามกับกลุ่มติดอาวุธเฮซบอลลาห์ในเลบานอน ส่งผลให้อิสราเอลเดินหน้าเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องและดุดัน ทางรัฐบาลเตหะรานมองว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจน ทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาวิกฤตและเสี่ยงต่อการเกิดสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง
การสูญเสียฮาร์ชีในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างภายในของเฮซบอลลาห์เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น ภายใต้สภาวะหยุดยิงที่เปราะบางซึ่งอาจลุกลามไปสู่ความขัดแย้งที่กว้างขวางมากขึ้นในอนาคต



