อิหร่านอ้างยิง F-15 สหรัฐฯ ร่วงในภาคใต้ สั่งค้นหา-จับนักบินเป็นเป้าหมายหลัก
สื่อหลายสำนักของทั้งอิหร่านและสหรัฐอเมริการายงานข่าวสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางทหาร โดยระบุว่าเครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐอเมริกาถูกยิงตกในพื้นที่ภาคใต้ของอิหร่าน เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งทางการท้องถิ่นได้สั่งการให้ดำเนินการค้นหาและจับกุมนักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวทันที
รายงานจากสื่ออิหร่านและสหรัฐฯ ยืนยันเหตุการณ์
สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านเปิดเผยว่า เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐอเมริกาถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านยิงตกในภาคใต้ของประเทศ และขณะนี้กองทัพได้เริ่มปฏิบัติการค้นหานักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว ในขณะเดียวกัน สื่อหลักของสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง เช่น New York Times และ ซีบีเอส นิวส์ ก็ได้รายงานถึงเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดยอ้างคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลว่าอิหร่านได้ยิงเครื่องบินขับไล่ตกจริง
ซีบีเอส นิวส์ยังได้อ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวสองคนว่า ขณะนี้กำลังมีปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเครื่องบินขับไล่ F-15 ของสหรัฐอเมริกาที่ถูกยิงตกทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงจำนวนนักบินและชะตากรรมของพวกเขา นอกจากนี้ มีภาพที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นเครื่องบินเติมน้ำมันหนึ่งลำและเฮลิคอปเตอร์สองลำบินในระดับต่ำเหนือจังหวัดคูเซสถาน ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของภารกิจค้นหาและกู้ภัย
เป้าหมายหลักคือการจับกุมนักบินชาวอเมริกัน
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดโคกีลูเยห์และโบเยอร์-อาห์มัด ทางตอนใต้ของอิหร่าน กล่าวผ่านสำนักข่าว ISNA ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่านว่า ตอนนี้การ “จับกุม” นักบินชาวอเมริกาให้ได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่คือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุด โดยเขากล่าวเสริมว่า “ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการจับกุมหรือสังหารกองกำลังศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์ จะได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด”
นอกจากนี้ สื่อต่าง ๆ ของอิหร่านยังรายงานว่า กลุ่มพ่อค้าในจังหวัดได้ตั้งรางวัลนำจับจำนวน 1 หมื่นล้านโตมาน หรือประมาณ 2.1 ล้านบาท ให้กับใครก็ตามที่พบตัว “ผู้บุกรุก” ชาวอเมริกันรายนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความตึงเครียดและความสำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยการรายงานข่าวจากทั้งสองฝ่ายช่วยให้เห็นภาพความรุนแรงและความเร่งด่วนในการจัดการกับสถานการณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางในอนาคต



