กระทรวงการคลังกำลังศึกษามาตรการรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในระยะยาว ลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยเน้นสนับสนุนการซื้อรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ของธนาคารออมสิน (GSB)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า รถเก่าในประเทศที่ปล่อยมลพิษสูง โดยเฉพาะกลุ่มอายุมากกว่า 20 ปี มีอยู่ราว 4.5 ล้านคัน ส่วนใหญ่เป็นรถปิกอัพที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศถึง 90% รัฐบาลจึงมีแนวคิดทำโครงการรถเก่าแลกใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการผลิตรถยนต์ที่ชะลอตัวและลดมลพิษทางอากาศ
ข้อเสนอแนะจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย
แม้โครงการยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่มีประเด็นที่ภาครัฐควรพิจารณา เช่น การสนับสนุนการผลิตในกลุ่ม xEV ที่ยังมีน้อย การเจรจากับภาคเอกชนเพิ่มเติมเนื่องจากงบประมาณจำกัด การกำหนดส่วนลดที่เหมาะสมกับประเภทรถและอายุรถที่แลก รวมถึงการวางกรอบระยะเวลาโครงการให้นานขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนรถที่เข้าร่วม ซึ่งจะส่งผลดีต่อการผลิตในประเทศและการลดมลพิษ
ตัวอย่างโครงการในต่างประเทศ
- ญี่ปุ่น (ปี 2009-2010): ให้เงินส่วนลด 42,875 – 85,750 บาทต่อคัน สำหรับรถอายุมากกว่า 13 ปี ระยะเวลา 17 เดือน มีรถเก่าแลก 730,000 คัน
- สหรัฐอเมริกา (ปี 2009-2010): ให้เงินส่วนลด 120,050 – 154,350 บาทต่อคัน สำหรับรถอายุมากกว่า 1 ปี ระยะเวลา 2 เดือน มีรถเก่าแลก 680,000 คัน
นอกจากนี้ ควรพิจารณาโครงการกำจัดซากรถยนต์ควบคู่ไปด้วย เนื่องจากตลาดส่งออกรถเก่ามือสองมีจำกัด โดยมีเพียง 2 ตลาดที่นำเข้ารถพวงมาลัยขวาอายุเกิน 20 ปี คือ แอฟริกา (มาลาวี แซมเบีย โมซัมบิก ยูกันดา) และโอเชียเนีย (ปาปัวนิวกินี วานูอาตู) แต่ต้องผ่านการตรวจสภาพและเสียภาษีในอัตราสูง
ความคืบหน้าล่าสุด
เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตกำลังรวบรวมข้อมูลโครงการเพื่อสรุปและเสนอต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายในกลางเดือนพฤษภาคม 2569 โดยอยู่ระหว่างการประเมินอายุรถเก่าที่จะเข้าร่วม ความสามารถในการผลิตของบริษัทรถ และเรตราคาส่วนลด รวมถึงการหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เรื่องการกำจัดรถเก่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเริ่มโครงการภายในปีนี้หรือไม่ ต้องหารือกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน



