นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่วงเงินรวม 1.5 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ โครงการช้อปดีมีคืน ระยะที่ 5 วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท มาตรการเติมเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท และมาตรการลดภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท
รายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
สำหรับโครงการช้อปดีมีคืน ระยะที่ 5 กำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าหรือบริการมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 3 หมื่นบาท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 15 กุมภาพันธ์ 2568 ส่วนมาตรการเติมเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท จะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยประชาชนที่ลงทะเบียนและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์จะได้รับเงิน 1 หมื่นบาท เพื่อใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายใน 6 เดือน
มาตรการสำหรับผู้ประกอบการ SMEs
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SMEs โดยให้หักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ 1.5 เท่า สำหรับการลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการปรับปรุงสถานประกอบการ โดยมีวงเงินรวม 1.8 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการลงทุนเพิ่มเติมและสร้างงานในระบบเศรษฐกิจ
นายอาคมกล่าวว่า มาตรการทั้ง 3 นี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีและต่อเนื่องไปถึงต้นปีหน้า โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.5 แสนล้านบาท ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5-0.7% นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอยู่ระหว่างการเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังพิจารณา ก่อนจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2568 อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดหาเงินทุนของรัฐบาล เนื่องจากวงเงิน 1.5 แสนล้านบาทอาจส่งผลต่อวินัยการเงินการคลังในระยะยาว นายอาคมย้ำว่ารัฐบาลจะบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างระมัดระวัง โดยให้อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนด



