อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 3.4% สวนทางคาดการณ์ตลาด
เงินเฟ้อสหรัฐฯ เม.ย. เพิ่มขึ้น 3.4% สวนทางคาดการณ์

กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนเมษายน 2567 ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.1% และสูงกว่าเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ 3.5% เล็กน้อย

ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อสูงกว่าคาด

สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ มาจากราคาที่อยู่อาศัยและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าเช่าบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ค่าบริการต่างๆ ก็ปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อถูกเปิดเผย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงทันที โดยดัชนีหลักทั้งสามตลาดต่างอยู่ในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกนานกว่าที่คาดไว้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 2%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 150 จุด
  • ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8%
  • ดัชนีแนสแดค ลดลง 1.2%

แนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนมิถุนายน เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงเหนียวแน่น การปรับลดดอกเบี้ยอาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายปีนี้ หากตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

มุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

แม้ว่าเงินเฟ้อจะยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย แต่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราการว่างงานยังคงต่ำที่ 3.9% และค่าจ้างยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นต่อไป ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงขยายตัว แต่เริ่มชะลอลงจากแรงกดดันด้านราคา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ทั้งนี้ นักลงทุนจะจับตาดูถ้อยแถลงของประธานเฟดในการประชุมสัมมนาประจำปีที่แจ็กสันโฮลในเดือนสิงหาคม เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยที่ชัดเจนยิ่งขึ้น