INVX คาด SET วันนี้เริ่มพักตัวหลังปรับขึ้นต่อเนื่อง แม้สัญญาณ Fund Flow ยังบวกแต่ลดลง
INVX คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยหรือ SET วันนี้มีแนวโน้มเริ่มพักตัว หลังจากที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาหลายช่วง แม้ว่าสัญญาณ Fund Flow หรือกระแสเงินทุนไหลเข้าจะยังคงเป็นบวก แต่เริ่มลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดอาจผันผวนและติดที่แนวต้านเดิมที่ 1420/1430 จุด โดยหากตลาดพักฐานไม่นาน ควรไม่หลุดต่ำกว่า 1407/1400 จุดในระยะสั้น
ปัจจัยบวกรับรู้ไปบางส่วนแล้ว ต้องจับตาปัจจัยภายนอกกดดัน
ในระยะสั้น ตลาดรับรู้ปัจจัยบวกไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ปัจจัยภายนอกเริ่มกดดัน เช่น ตัวเลข NFPs หรือการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2569 ที่ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้นและกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยรวมตลาดหุ้นโลกเริ่มมีช่วงชะลอการขึ้นหลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังช่วยหนุนหุ้นพลังงาน
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา: เศรษฐกิจไทยและนโยบาย
WorldBank ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโต 1.6% ลดลงจากเดิมที่ 1.8% เนื่องจากถูกกดดันจากการค้าโลกที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า แต่คาดว่าจะเร่งตัวเป็น 2.2% ในปี 2570 หนุนจากการลงทุนภาคเอกชนและ FDI ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินลงทุนจริง
Fitch Ratings ระบุว่าทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง โดยเฉพาะการรักษาเสถียรภาพหนี้สาธารณะจะเป็นปัจจัยกำหนด Sovereign Rating ในระยะถัดไป หลังจากที่แนวโน้มอันดับเครดิตเรทติ้งของไทยเคยถูกปรับลงสู่ "เชิงลบ" เมื่อปลายปี 2568
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังพิจารณาขยายระยะเวลาผ่อนคลาย LTV ออกไปจากที่จะสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อผลักดันการปรับโครงสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่อและพยุงไม่ให้ตลาดหดตัวรุนแรง
REIC ประเมินยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 ที่ 353,389 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.6% โดยมีมูลค่า 9.95 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% ซึ่งมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น AP และ SIRI แต่ยังต้องการการสนับสนุนจากการปล่อยสินเชื่อจากภาคธนาคารควบคู่ไปด้วย
ปัจจัยน้ำมันและตลาดแรงงานสหรัฐฯ
OPEC คงคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2569 จะเพิ่มขึ้น 1.38 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ประเมินตลาดน้ำมันในไตรมาส 2 ปี 2569 จะเกินดุลเล็กน้อยตามความต้องการน้ำมันที่คาดจะชะลอลงจากไตรมาส 1 ปี 2568 เทียบกับภาพทั้งปี 2569 ที่คงมองตลาดจะขาดดุล ต้องติดตามการประชุมร่วม OPEC+ ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ว่า OPEC+ จะกลับมาเพิ่มการผลิตในไตรมาส 2 ปี 2569 ตามแผนเดิมหรือไม่
การจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2569 เพิ่มขึ้น 1.30 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่อัตราการว่างงานปรับลงสู่ 4.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.4% ช่วยคลายความกังวลในตลาดแรงงานสหรัฐฯ
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำ "Selective Buy"
แม้ในช่วงสั้นมองว่า SET มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นต่อได้ หลังมีความชัดเจนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งช่วยลดสุญญากาศทางการเมืองและสร้างความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวัง หลังดัชนีเปิด Gap ขาขึ้นรุนแรงจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าอย่างหนาแน่น ทำให้ทางเทคนิคมีโอกาสสูงที่จะเกิดการพักตัวจากแรงขายทำกำไร หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1420/1430 จุดได้อย่างมั่นคง
ส่วนปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม ได้แก่ ประกาศงบไตรมาส 4 ปี 2568 ของหุ้น Real Sector นโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีต่อต่างประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และจีน ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ยอดค้าปลีกและ CPI ซึ่งแม้คาดจะยังไม่เปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แต่เป็นปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ "Selective Buy" หรือการเลือกซื้ออย่างระมัดระวัง
Daily Top Picks: GPSC และ BDMS
GPSC: มีปัจจัยกระตุ้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มลดลง และมี Upside จากการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม PTT ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2568 เติบโต 50%YoY ใกล้เคียงกับตลาดคาดและสูงกว่าที่คาดเล็กน้อย หนุนจากกำไรส่วนแบ่งจากการลงทุนที่ดี และไตรมาส 1 ปี 2569 กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป้าหมายระยะสั้นที่ 40.00 บาท
BDMS: มีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประกันสุขภาพแบบ Co-payment และการกำหนดเครือข่ายโรงพยาบาลที่ชัดเจนโดยบริษัทประกันช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน ปี 2568 คาดกำไรปกติเติบโต 3%YoY และเติบโตต่อ 8%YoY ในปี 2569 อัตราผลตอบแทนปันผลน่าสนใจช่วยลดความเสี่ยงขาลง เป้าหมายระยะสั้น 21.40 บาท