คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ 3 แบรนด์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ
รายละเอียดมาตรการ
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบแบตเตอรี่ (BEV) และแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตต้องลงทุนในประเทศไทยไม่น้อยกว่าที่กำหนด และใช้ชิ้นส่วนในประเทศตามสัดส่วนที่กำหนด
แบรนด์ที่ได้รับสิทธิประโยชน์
- แบรนด์แรก: บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีน ซึ่งมีแผนตั้งโรงงานในไทยด้วยเงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท
- แบรนด์ที่สอง: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่น ที่จะร่วมทุนกับบริษัทไทยในการผลิตแบตเตอรี่
- แบรนด์ที่สาม: บริษัทสตาร์ทอัพด้าน EV จากยุโรป ซึ่งมีนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว
มาตรการนี้คาดว่าจะช่วยสร้างงานในประเทศกว่า 5,000 ตำแหน่ง และเพิ่มมูลค่าการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การลงทุนครั้งนี้จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบ และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย碳中和
ด้านผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกลง เนื่องจากมาตรการภาษีช่วยลดต้นทุนการผลิต และการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป โดยผู้ผลิตต้องยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ภายใน 2 ปีนับจากวันที่มีผลบังคับใช้



