ยูทูบสั่งแบนช่องสนับสนุนอิหร่าน ล้อเลียนทรัมป์ หลังสงสัยเชื่อมโยงรัฐบาล
ยูทูบแบนช่องอิหร่านล้อเลียนทรัมป์ สงสัยเชื่อมโยงรัฐบาล

ยูทูบสั่งแบนช่องสนับสนุนอิหร่านหลังผลิตวิดีโอล้อเลียนทรัมป์

แพลตฟอร์มวิดีโอยูทูบได้ดำเนินการระงับการดำเนินการของช่องสื่อในสังกัดกลุ่มเอ็กซ์โพลซีฟ มีเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาแนวสนับสนุนอิหร่าน โดยให้เหตุผลว่ามีการละเมิดนโยบายเกี่ยวกับการหลอกลวง การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่ากลุ่มดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิหร่าน

เนื้อหาล้อเลียนและข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยง

กลุ่มเอ็กซ์โพลซีฟ มีเดีย สร้างชื่อเสียงจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ในการผลิตการ์ตูนแอนิเมชันที่มีลักษณะคล้ายตัวต่อยี่ห้อดัง เพื่อล้อเลียนโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วิดีโอเหล่านี้มักนำเสนอภาพชัยชนะของกองทัพอิหร่าน รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในหมู่ผู้นำโลกที่ต้องพึ่งพิงน้ำมันจากอิหร่าน และสื่อถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก

โฆษกของยูทูบเปิดเผยว่าการปิดช่องดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลุ่มยังคงสามารถเผยแพร่เนื้อหาลงบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ ยกเว้นอินสตาแกรมในสังกัดบริษัทเมตา ที่มีรายงานว่าพบการปิดบัญชีแล้ว แต่ยังมีบัญชีอื่นในชื่อเดียวกันที่ยังคงเผยแพร่เนื้อหาต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อสังเกตจากหน่วยงานสังเกตการณ์และปฏิกิริยาตอบโต้

หน่วยงานสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวบนอินเทอร์เน็ตอย่างเนต บลอกส์ ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า กลุ่มเอ็กซ์โพลซีฟ มีเดีย สามารถผลิตและเผยแพร่เนื้อหาภาษาอังกฤษคุณภาพสูงออกมาได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าชาวอิหร่านทั่วไปกำลังประสบปัญหาไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ก็ตาม สิ่งนี้ได้นำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องสายสัมพันธ์กับรัฐบาลอิหร่าน โดยเฉพาะเมื่อมีการแชร์เนื้อหาโดยบัญชีอื่นๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านอย่างรวดเร็ว

ทางกลุ่มได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยระบุว่าเป็นข่าวบิดเบือนและไม่มีความจริง อย่างไรก็ตาม การปิดช่องในครั้งนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการคัดค้านจากผู้ชมบางส่วนที่ชื่นชอบเนื้อหาของกลุ่ม ขณะที่ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับข่าวอื่นๆ เช่น การวิจารณ์ของทรัมป์ต่อโป๊ป และการรีโพสต์ภาพเอไอที่สะเทือนศาสนาในวุฒิสภาสหรัฐฯ

ในบริบทที่กว้างขึ้น เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน รวมถึงบทบาทของสื่อออนไลน์ในการเผยแพร่ข้อมูลและโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเข้าใจของสาธารณชนต่อสถานการณ์โลกในปัจจุบัน