แก๊งคอลเซ็นเตอร์รายหนึ่งได้ก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินรวมมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท โดยใช้กลอุบายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ และใช้แอปพลิเคชันดูดเงินจากบัญชีธนาคารของเหยื่อ โดยเหยื่อรายหนึ่งเป็นหญิงวัย 45 ปี ที่ถูกหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมที่สามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารได้
วิธีการหลอกลวง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ไปหาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแจ้งว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน จากนั้นจึงให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่อ้างว่าใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูล แต่แท้จริงแล้วเป็นแอปที่สามารถดูดเงินจากบัญชีธนาคารของเหยื่อได้
เหยื่อหลงเชื่อและดำเนินการตามคำแนะนำ ส่งผลให้เงินในบัญชีจำนวน 1.5 ล้านบาทถูกโอนออกไปยังบัญชีของคนร้ายในเวลาอันรวดเร็ว หลังจากนั้นเหยื่อจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความกับตำรวจ
การสืบสวนของตำรวจ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจสอบสวนกลางกำลังเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิด โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินและหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ก่อเหตุ
นอกจากนี้ ตำรวจยังขอให้ประชาชนระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และไม่ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารทางโทรศัพท์
- อย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างของคนร้ายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
- ไม่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากลิงก์ที่ส่งมาทางข้อความหรือโซเชียลมีเดีย
- หากสงสัยให้ติดต่อธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
สถิติอาชญากรรมไซเบอร์
จากข้อมูลของกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่าในปี 2567 มีคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ตำรวจได้เพิ่มมาตรการปราบปรามและรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยรูปแบบนี้มากขึ้น
สำหรับเหยื่อรายนี้ ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดเพื่อติดตามเงินคืน และจะประสานงานกับธนาคารเพื่ออายัดบัญชีของคนร้ายโดยเร็วที่สุด



