ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พ.ต.อ. ณัฐพล นาคสุข ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่ก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินรวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย พร้อมของกลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบัญชีธนาคารจำนวนมาก
การสืบสวนขยายผล
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายโทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานราชการ และบริษัทเอกชนต่างๆ หลอกให้โอนเงิน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนจนพบเส้นทางการเงินและเชื่อมโยงไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีเครือข่ายในต่างประเทศ
พฤติการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
คนร้ายจะใช้เทคโนโลยี VoIP โทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือบริษัทขนส่งพัสดุ จากนั้นจะแจ้งว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย หรือมีพัสดุต้องสงสัย เพื่อให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายกำหนด
- ใช้หมายเลขโทรศัพท์ปลอมให้เหมือนหน่วยงานราชการ
- สร้างความตื่นกลัวและกดดันให้เหยื่อตัดสินใจโอนเงินทันที
- มีขบวนการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและถอนเงิน
การจับกุมและของกลาง
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ประกอบด้วย นายเอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี, นางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 32 ปี, นายซี (นามสมมติ) อายุ 45 ปี, นางสาวดี (นามสมมติ) อายุ 26 ปี และนายอี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 10 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง, ซิมการ์ด 50 ซิม, สมุดบัญชีธนาคาร 30 เล่ม และบัตรเอทีเอ็ม 50 ใบ
ข้อหาและดำเนินคดี
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และ “ร่วมกันฟอกเงิน” โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงเครือข่ายในต่างประเทศ
คำแนะนำจากตำรวจ
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวเตือนประชาชนว่า หน่วยงานราชการไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งให้โอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะดังกล่าว ให้วางสายทันที และโทรสอบถามหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่
นอกจากนี้ ประชาชนควรระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด หรือข้อมูลทางการเงิน ทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์ และไม่ควรโอนเงินให้กับบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าเชื่อถือ
ช่องทางแจ้งเบาะแส
หากพบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนตำรวจสอบสวนกลาง หมายเลข 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง



