สหรัฐอเมริกาได้ประกาศยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ครั้งสำคัญ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากจีน โดยมาตรการใหม่นี้ครอบคลุมถึงการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำ และการสื่อสาร
รายละเอียดมาตรการ
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารที่กำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงการรายงานเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบและป้องกันการโจมตีจากกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
การตอบโต้ของจีน
จีนได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทันที โดยระบุว่าสหรัฐฯ กำลังสร้างข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเพื่อใส่ร้ายจีน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า จีนเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางไซเบอร์และต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดการกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การยกระดับมาตรการครั้งนี้ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงทางไซเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจนำไปสู่การตอบโต้ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดโลก
- สหรัฐฯ กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย
- มีการลงทุนเพิ่มเติมในด้านการฝึกอบรมบุคลากรด้านไซเบอร์
- จีนประกาศจะเพิ่มมาตรการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์เช่นกัน
การประกาศมาตรการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ตรวจพบการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานรัฐบาลและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง



