เตือนภัย! โจรออนไลน์แอบอ้างแบงก์ดัง หลอกเหยื่อโอนเงิน
เตือนภัย! โจรออนไลน์แอบอ้างแบงก์ดัง หลอกเหยื่อโอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ส่งข้อความ SMS และโทรศัพท์ไปยังเหยื่อ โดยอ้างว่าบัญชีของเหยื่อมีความผิดปกติ จำเป็นต้องยืนยันตัวตนหรือโอนเงินไปยังบัญชีที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูล

เหยื่อถูกหลอกสูญเงินหลายหมื่น

เหยื่อรายหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานบริษัทเอกชน เล่าว่า ได้รับ SMS จากเบอร์โทรศัพท์ที่ขึ้นชื่อธนาคารดังกล่าว ข้อความระบุว่า บัญชีของตนถูกระงับการใช้งานชั่วคราว เนื่องจากพบธุรกรรมที่ผิดปกติ ให้โทรกลับไปยังหมายเลขที่แนบมา เมื่อโทรไปก็มีเสียงตอบรับอัตโนมัติ จากนั้นมีชายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารพูดคุยและขอให้โอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนดเพื่อยืนยันตัวตน เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไป จำนวน 5 หมื่นบาท หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อกลับได้อีก

ธนาคารยืนยันไม่มีการติดต่อลักษณะนี้

ทางธนาคารดังกล่าวได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ไม่มีการติดต่อลูกค้าในลักษณะดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS แจ้งให้โอนเงิน หรือขอให้กดลิงก์เพื่อยืนยันตัวตน พร้อมทั้งแนะนำให้ลูกค้าที่ได้รับข้อความหรือโทรศัพท์ที่น่าสงสัย ให้แจ้งหรือสอบถามโดยตรงที่ Call Center ของธนาคารเท่านั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตำรวจไซเบอร์เตือนอย่าหลงเชื่อ

พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กล่าวว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพใช้เทคนิคหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการ เพื่อให้เหยื่อเกิดความกลัวและรีบดำเนินการตามคำสั่ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • อย่าหลงเชื่อข้อความหรือโทรศัพท์ที่แจ้งว่าบัญชีมีปัญหา โดยเฉพาะที่ให้โอนเงินหรือกดลิงก์
  • หากสงสัย ให้ติดต่อธนาคารโดยตรงผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้เท่านั้น
  • ไม่ควรแจ้งข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัส OTP หรือเลขบัตรประชาชน ให้กับผู้ที่โทรเข้ามา

นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังแนะนำให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกันการโทรปลอมและบล็อกข้อความสแปม เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกหลอกลวง หากตกเป็นเหยื่อ ควรรีบแจ้งความและอายัดบัญชีทันที

สถิติคดีออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น

จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่าในปี 2566 มีคดีอาชญากรรมออนไลน์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยประเภทที่พบบ่อยที่สุดคือ การหลอกลวงให้โอนเงิน และการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล

ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 1441 หรือศูนย์ช่วยเหลืออาชญากรรมไซเบอร์