ทนายความรายหนึ่งเปิดเผยว่า ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาข่มขู่ทำร้ายร่างกายและขู่ฆ่า หลังจากที่เขาได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงประชาชนให้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา
รายละเอียดเหตุการณ์
ทนายความวัย 37 ปี ซึ่งเป็นทนายความในจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า เขาได้รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลกในเวลากลางคืน โดยปลายสายเป็นชายเสียงเข้มพูดว่า “รู้จักเราไหม เราเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่เลิกยุ่งกับเรา จะมาฆ่าให้ตาย” จากนั้นก็วางสายไป ทนายรายนี้รู้สึกหวาดกลัวและรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
สาเหตุของการถูกข่มขู่
สาเหตุที่ทำให้ทนายความรายนี้ถูกข่มขู่ เนื่องจากเขาได้เข้าไปช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินรวมมูลค่าหลายล้านบาท โดยเขาได้รวบรวมหลักฐานและนำไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งทำให้กลุ่มมิจฉาชีพไม่พอใจและหันมาข่มขู่เขา
ความหวาดกลัวของทนายความ
ทนายความรายนี้กล่าวว่า เขารู้สึกหวาดกลัวต่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มีข้อมูลส่วนตัวของเขาและครอบครัวเป็นอย่างดี เขาจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน และขอให้ตำรวจเร่งสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุโดยเร็ว
การดำเนินการของตำรวจ
พลตำรวจตรี สมชาย ไทยเจริญ ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มมิจฉาชีพที่ก่อเหตุข่มขู่ทนายความ โดยได้ประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพื่อติดตามเส้นทางการเงินและหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ก่อเหตุ พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับทนายความและครอบครัว
ข้อควรระวังสำหรับประชาชน
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้ประชาชนระวังภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมักใช้วิธีการข่มขู่เพื่อให้เหยื่อเกิดความกลัวและยอมทำตามคำสั่ง ประชาชนไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลทางการเงินทางโทรศัพท์ และหากถูกข่มขู่ควรรีบแจ้งความทันที
ทั้งนี้ ตำรวจขอให้ประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์รีบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี และอย่ากลัวการถูกข่มขู่ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้มักใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง



