ออสเตรเลียจับตาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หลังเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์
ออสเตรเลียจับตาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หลังเกิดเหตุโจมตีไซเบอร์

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หลังเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคน โดยนายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบานีส กล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการเตือนถึงความจำเป็นในการมีมาตรการป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

มาตรการใหม่ของรัฐบาล

รัฐบาลออสเตรเลียจะเสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีต้องรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ภายใน 72 ชั่วโมง รวมถึงต้องแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามกับหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาเพิ่มบทลงโทษสำหรับบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

ผลกระทบต่อประชาชน

การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งล่าสุดส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของชาวออสเตรเลียจำนวนมากรั่วไหล รวมถึงข้อมูลทางการเงินและที่อยู่ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูลและการฉ้อโกง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • บริษัทที่ได้รับผลกระทบต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบภายใน 72 ชั่วโมง
  • รัฐบาลจะจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
  • มีการแนะนำให้ประชาชนเปลี่ยนรหัสผ่านและตรวจสอบบัญชีธนาคาร

ปฏิกิริยาจากบริษัทเทคโนโลยี

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมายใหม่ โดยระบุว่าอาจสร้างภาระในการปฏิบัติตามข้อกำหนด อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านี้ยืนยันว่าจะร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์

นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้มีการลงทุนในเทคโนโลยีป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้น รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานเพื่อให้ตระหนักถึงความเสี่ยง

ความร่วมมือระหว่างประเทศ

ออสเตรเลียยังได้เรียกร้องให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศในกลุ่ม Five Eyes ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และนิวซีแลนด์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายกรัฐมนตรีอัลบานีสกล่าวว่า "ภัยคุกคามทางไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้นเราจึงต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปกป้องพลเมืองของเรา"