คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กมธ.ป.ป.ช.) เตรียมสอบสวนกรณีสินบนที่เกี่ยวข้องกับแอปพลิเคชันดูดเงิน โดยเบื้องต้นพบว่าอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และอาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดีสินบนแอปพลิเคชันดูดเงิน
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวอาจมีการจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ผ่านการอนุมัติหรือละเว้นการตรวจสอบ โดยกรรมาธิการจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลภายในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ แอปพลิเคชันดูดเงินเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงและมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งผู้ใช้หลายรายร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีโดยไม่ได้รับความยินยอม
ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายราเมศกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งระบุว่าผู้ใดเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ยังอาจมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดเกี่ยวกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายว่าด้วยการห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา
ความคืบหน้าคดี
กมธ.ป.ป.ช. จะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด โดยจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งจากฝ่ายผู้ให้บริการแอปพลิเคชันและเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนรู้เห็นมาให้ข้อมูลภายในสัปดาห์หน้า
นายราเมศกล่าวว่า "เราจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการกระทำผิดจะไม่ถูกละเลย"
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ขอให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากแอปพลิเคชันดังกล่าวแจ้งข้อมูลมายังคณะกรรมาธิการเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
แอปพลิเคชันดูดเงินส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยและต้องการเข้าถึงสินเชื่อด่วน ผู้ใช้หลายรายถูกหักเงินจากบัญชีธนาคารโดยไม่ได้รับความยินยอม และบางรายถูกข่มขู่ให้ชำระหนี้ด้วยวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายราเมศกล่าวว่า "เราจะเร่งดำเนินการเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก"



