นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แถลงข่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.30 น. ว่าตนได้นำเสนอเรื่องการเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน
รายละเอียดการเพิ่มรางวัล
นายบุญรวี เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไปจะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องร้องเรียน ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ จากนั้นจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ โดยตนยืนยันว่าจะผลักดันการเพิ่มรางวัลลอตเตอรี่อย่างเต็มที่ โดยเสนอให้เพิ่มรางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัว จาก 4,000 บาท เป็น 10,000 บาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว จาก 2,000 บาท เป็น 5,000 บาท ส่วนรางวัลอื่นๆ ก็จะปรับลดหลั่นกันไป
เหตุผลในการปรับเพิ่มรางวัล
นายบุญรวี กล่าวว่า รางวัลปัจจุบันใช้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ในแต่ละงวดมีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาล 100 ล้านฉบับ ต้นทุนจำหน่ายใบละ 67 บาท ทำให้มีรายได้ถึง 6,700 ล้านบาทต่องวด แต่มีรางวัลทั้งหมดเพียง 1.4 ล้านรางวัล โดยรางวัลที่ 1 มี 100 ใบ รวมเป็นเงิน 600 ล้านบาท และมีสลากที่ไม่ถูกรางวัลถึง 98.5 ล้านใบ ดังนั้น เงินรางวัลที่กองสลากจ่ายไปจึงน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ ควรนำกำไรที่ได้ไปเพิ่มเงินรางวัลให้กับประชาชน เพราะโอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีเพียง 0.001% เท่านั้น
นายบุญรวี เน้นย้ำว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องหารือกับกองสลากและคณะกรรมการบริหารกองสลาก เพื่อให้เห็นใจประชาชน โดยตนไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนติดการพนัน แต่ต้องการทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคให้เกิดความเป็นธรรม ผู้ที่ไม่เล่นหวยก็ไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนผู้ที่เล่นก็จะได้รับประโยชน์
ปัญหาลอตเตอรี่เกินราคา
นายบุญรวี ยังกล่าวถึงปัญหาลอตเตอรี่ที่ขายเกินราคา 80 บาท โดยปัจจุบันขายกันถึง 100 กว่าบาท ทำให้ผู้ขายที่รับมาจากยี่ปั๊วต้องแบกรับความเสี่ยง หากขายไม่หมดก็ขาดทุนเพราะไม่สามารถคืนได้ แต่ไม่มีใครกล้าร้องเรียนเพราะกลัวถูกห้ามขาย วันนี้ตนจึงทำตามที่ประชาชนร้องขอ โดยมั่นใจ 100% ว่าจะมีการเพิ่มเงินรางวัลอย่างแน่นอน แต่จำนวนเงินที่เพิ่มและระยะเวลาที่จะเริ่มใช้ยังต้องรอหารือกับผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ก่อน



