ราคาบิทคอยน์ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันนี้ โดยร่วงลงมากกว่า 3% หลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาที่สำคัญ ท่ามกลางแรงเทขายของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุการร่วงลงของบิทคอยน์
นักวิเคราะห์ระบุว่าการปรับตัวลดลงของบิทคอยน์ในครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน โดยปัจจัยหลักคือความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายออกมา นอกจากนี้ ยังมีแรงขายจากนักลงทุนที่ต้องการทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
แรงเทขายจากกองทุน ETF
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการไหลออกของเงินทุนจากกองทุน ETF บิทคอยน์ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่ามีการไหลออกสุทธิเป็นจำนวนมากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันเริ่มลดความเสี่ยงในการถือครองบิทคอยน์
ด้านราคาบิทคอยน์ในตลาดสปอตปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 59,800 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.2% จากระดับปิดก่อนหน้า ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เช่น อีเธอเรียม ก็ปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยร่วงลงประมาณ 2.5% สู่ระดับ 2,900 ดอลลาร์
มุมมองต่อแนวโน้มราคา
นักวิเคราะห์ทางเทคนิคชี้ว่าระดับแนวรับถัดไปของบิทคอยน์อยู่ที่ 58,000 ดอลลาร์ หากหลุดระดับดังกล่าวอาจทำให้ราคาปรับตัวลงต่อเนื่องไปจนถึง 55,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนมองว่าการปรับตัวลงครั้งนี้เป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของบิทคอยน์ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการลดลงของอุปทานที่เกิดจากเหตุการณ์ Halving
ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาบิทคอยน์ในระยะสั้น รวมถึงการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนหน้าเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ย



