ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ ได้บุกเข้าจับกุมเว็บพนันออนไลน์เถื่อนที่ลักลอบเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้ปิดเว็บไซต์ดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เวลาประมาณ 15.00 น. ที่บ้านหลังหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี
รายละเอียดการจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวหลังจากสืบทราบว่าเป็นสถานที่ใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการของเว็บพนันออนไลน์เถื่อน ซึ่งมีการลักลอบเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยภายในบ้านพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์จำนวนมากที่ใช้ในการดำเนินการเว็บพนัน รวมถึงเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าเว็บพนันดังกล่าวมีมูลค่าการหมุนเวียนเงินสูงถึงหลายสิบล้านบาทต่อเดือน และมีสมาชิกกว่า 10,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินจากลูกค้าอีกหลายบัญชี
ของกลางที่ยึดได้
- คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 10 เครื่อง
- โทรศัพท์มือถือ จำนวน 15 เครื่อง
- เซิร์ฟเวอร์ จำนวน 3 เครื่อง
- สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 20 เล่ม
- เงินสดจำนวน 2 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีการยึดรถยนต์หรูอีก 2 คัน และทองคำรูปพรรณอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ทั้งหมดกว่า 10 ล้านบาท
การดำเนินคดี
ผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายอายุ 35 ปี ได้ถูกแจ้งข้อหาในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันฟอกเงิน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ดูแลเว็บพนันดังกล่าว และยอมรับว่าได้เปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากที่ศาลมีคำสั่งปิด เพราะต้องการหารายได้เพิ่มเติม
พ.ต.อ.หญิง ศิริกาญจน์ รักษาการรองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปราบปรามเว็บพนันออนไลน์เถื่อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเว็บที่ลักลอบเปิดให้บริการหลังถูกศาลสั่งปิด ซึ่งถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ
คำเตือนจากตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเตือนประชาชนว่า การเล่นพนันออนไลน์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินและปัญหาทางการเงิน รวมถึงความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงจากเว็บพนันเถื่อน หากพบเห็นเบาะแสการลักลอบเปิดเว็บพนัน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที



