วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอบุ่งคล้า จังหวัดบึงกาฬ ได้สนธิกำลังร่วมกันกว่า 9 ชุดปฏิบัติการ เพื่อออกติดตามและผลักดันช้างป่าภูวัวจำนวน 1 ตัว ที่เดินหลงออกนอกเขตป่าอนุรักษ์มาไกลนับ 100 กิโลเมตร
การเดินทางของช้างป่าภูวัว
ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าช้างป่าลงจากเขาภูวัวออกมาหากินเพียงลำพัง โดยชาวบ้านพบเห็นครั้งแรกที่บ้านคำชมภู หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านต้อง อำเภอเซกา วันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 17.30 น. พบช้างป่าหากินบริเวณป่าช้าบ้านทันทรายงาม และบ้านนาแสงสาคร หมู่ที่ 7 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล เจ้าหน้าที่เฝ้าดูพฤติกรรมและวางกำลังค่อยๆ ผลักดันให้ช้างป่ามุ่งหน้าไปในเส้นทางที่วางแผนไว้
วันที่ 14 พฤษภาคม พบช้างอยู่ในสวนยางบ้านโนนม่วง ตำบลชมภูพร อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ วันที่ 15 พฤษภาคม พบร่องรอยของช้างเข้าไปอยู่ในวัดป่าดานวิเวก ในพระบรมราชูปถัมภ์ บ้านแสงอรุณ ตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ หรือวัดหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร ซึ่งห่างไกลจากเขาภูวัวกว่า 70 กิโลเมตร สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านที่รู้ข่าวอย่างมาก
ปฏิบัติการติดตาม
นายวิษณุ กุมภาว์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ได้รับแจ้งว่ามีช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวจึงได้ประสานสนธิกำลังร่วมกันกว่า 9 ชุดปฏิบัติการ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าส่วนกลาง ชุดเคลื่อนที่เร็วจากสถานีต่างๆ เช่น ถ้ำฝุ่น ชะแนน ถ้ำพระ ดอนเสียด หน่วยพิทักษ์ป่าในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในการออกติดตาม โดยเจ้าหน้าที่ได้นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินขึ้นสำรวจมุมสูงเพื่อจำกัดวงค้นหา
ในการสังเกตเบื้องต้นพบว่า ช้างป่ายังคงนอนพักผ่อนในช่วงกลางวัน ออกเดินในช่วงกลางคืน และอยู่ในลักษณะอารมณ์ดี ไม่มีท่าทีก้าวร้าว อย่างไรก็ตาม หลายวันที่ผ่านมาช้างป่าตัวดังกล่าวยังไม่มีแนวโน้มที่จะเดินกลับเข้าสู่ผืนป่าอนุรักษ์ ทั้งนี้ ปฏิบัติการติดตามช้างป่าเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับการค้นหาเป็นครั้งคราวเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะเริ่มปูพรมเดินเท้าสำรวจร่องรอยและตามรอยเท้าช้างอีกครั้งหลังฝนหยุด
การเคลื่อนตัวข้ามแม่น้ำโขง
ต่อมาวันที่ 19 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบร่องรอยของช้างป่า อยู่ในพื้นที่บ้านหนองตะไก้ ตำบลโป่งเปือย อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ มุ่งหน้าไปบ้านคำหมื่น ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังและติดตามช้างไปติดๆ และพบเข้าไปหลบนอนในป่ารกร้างท้ายหมู่บ้าน ตกเย็นช้างเริ่มเคลื่อนตัวออกจากป่ามุ่งหน้าไปทางอำเภอปากคาด เจ้าหน้าที่จึงสกัดกั้นให้ช้างเดินกลับไปเส้นทางเดิม แต่แล้วช้างกลับมุ่งหน้าไปทางแม่น้ำโขง
เวลา 21.15 น. ช้างจะข้ามถนนทางหลวงสาย 212 บึงกาฬ-หนองคาย บริเวณบ้านท่าสะอาด ตำบลไคสี ใกล้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่จึงประสานทางหลวงให้ดับไฟถนนและปิดกั้นการจราจรระยะทาง 1 กิโลเมตรทั้ง 4 เลน เพื่อให้ช้างเดินข้ามถนน พร้อมประสานผู้นำให้แจ้งชาวบ้านรีบกลับเข้าบ้านเพื่อความปลอดภัย จากนั้นไม่นานฝนเทลงมาอีก ทำให้ต้องหยุดการติดตามเพื่อความปลอดภัย
กระทั่งในช่วงเย็นวานนี้ หลังฝนหยุดตก เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามอีกครั้งพบร่องรอยช้างป่าเดินลงแม่น้ำโขง ประกอบกับชาว สปป.ลาว ได้โพสต์คลิปลงโซเชียลว่าพบร่องรอยช้างขึ้นมาจากแม่น้ำโขงในพื้นที่บ้านหนองปลิง บ้านเวินทาด เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ ฝั่งตรงข้ามบ้านคำหมื่น ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ คาดมุ่งหน้าไปยังภูเขาควาย ฝั่ง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่ให้ผู้นำท้องที่ประสานไปยังฝั่ง สปป.ลาว แจ้งให้ชาวบ้านระมัดระวัง อย่าเข้าใกล้ช้างป่าเป็นอันขาด จากนี้ยังคงเฝ้าติดตามช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด หากกลับมาฝั่งไทยอีก



