แม่แตงโม เดินหน้าขอภาพแผลจริงของลูกสาว พร้อมเผยพยานลับดีเอสไอ สรุปคดี 17 เม.ย.
เป็นประเด็นร้อนที่ถูกจับตามองมายาวนานกว่า 4 ปี สำหรับคดีการเสียชีวิตของนางเอกสาว แตงโม ภัทรธิดา หรือ แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนในบทสรุป ล่าสุด คุณแม่พนิดา ศิรยุทธโยธิน ได้เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเช้าวันที่ 30 มีนาคม 2569 เพื่อมอบหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมเรียกร้องขอภาพถ่ายจริงของบาดแผลที่ขาของลูกสาว
เรียกร้องภาพแผลจริงจากนิติวิทยาศาสตร์
คุณแม่พนิดาเปิดเผยว่า ได้นำเอกสารสำคัญของคดีมามอบให้ดีเอสไอ และได้ฝากข้อความถึงหน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อขอภาพถ่ายจริงของแผลที่ขาของแตงโม ซึ่งเป็นภาพที่แสดงไขมันออกมาจากบาดแผล โดยระบุว่า "ขอมา 6 เดือนแล้วยังไม่ได้เลย ภาพที่มีอยู่เป็นภาพที่แต่งขึ้น ใช้ประกอบคดีไม่ได้ ต้องการภาพจริงที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ" ภาพนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยื่นฟ้องในศาล เนื่องจากจะเป็นหลักฐานที่แท้จริงในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เผยพยานลับและกำหนดสรุปคดี
คุณแม่ยังเปิดเผยด้วยว่า จะมีพยานลับซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดกับแตงโมและกระติกน้ำเดินทางมาให้ข้อมูลกับดีเอสไอในวันที่ 17 เมษายนนี้ พร้อมระบุว่า พยานรายนี้อาจพลิกคดีให้กลายเป็นคดีใหญ่ได้ เนื่องจากมีเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับคืนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยเธอเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในคืนเดียว ทั้งการทำร้ายและการเสียชีวิต
ความคืบหน้าและความเชื่อมั่นในคดี
คุณแม่พนิดายืนยันว่า ตนเองรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกสาวแล้ว หลังจากติดตามข่าวและคลิปต่างๆ อย่างใกล้ชิด เธอมั่นใจว่าแตงโมไม่ได้จมน้ำจากใบพัดเรือ แต่มีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยกล่าวว่า "หลักฐานเยอะแยะ ที่อาจารย์ปานเทพก็มี แม่ก็เห็น และสื่อก็ช่วยเผยแพร่" นอกจากนี้ เธอยังเผยว่า มีการจ่ายเงินชดเชยรายเดือนจากบุคคลบนเรือมาเป็นเวลา 4 ปี ตามสัญญาที่ให้ไว้
ความรู้สึกและข้อความถึงลูกสาว
ผ่านไป 4 ปี คุณแม่พนิดายังคงรู้สึกสงสารลูกสาวอย่างมาก เนื่องจากจากกันไปโดยไม่ได้ร่ำลา เธอฝันถึงแตงโมในสภาพตัวดำคล้ำ ซึ่งอาจสะท้อนถึงความทุกข์ทรมานก่อนเสียชีวิต โดยเธอมอบหมายให้แป๊ะซะทำบุญและไหว้พระสวดมนต์ให้ลูกสาวเป็นประจำ แม้ว่าแตงโมจะนับถือศาสนาคริสต์ก็ตาม
ความหวังและทิศทางคดี
คุณแม่พนิดามีความหวังว่าคดีจะมีความกระจ่างมากขึ้นหลังการประชุมกับดีเอสไอ โดยเฉพาะหลังจากที่มีพยานลับมาร่วมให้ข้อมูล เธอย้ำว่า วันที่ 17 เมษายนนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่สรุปคดี พร้อมมีทีมทนายความและอาจารย์ปานเทพเข้าร่วม โดยเธอฝากถึงสังคมให้ช่วยติดตามและสนับสนุนการหาความจริงในคดีนี้ต่อไป



