ตำรวจจับหนุ่มวัย 20 พร้อมเมียเด็กค้ายา ยึดไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด
จับหนุ่ม 20 ปีค้ายา ยึดไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด (09.04.2026)

ตำรวจจับหนุ่มวัย 20 พร้อมเมียเด็กค้ายา ยึดไอซ์เกือบครึ่งตัน-ยาบ้า 2 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดียาเสพติดขนาดใหญ่ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยยึดยาไอซ์ได้ถึง 579 กิโลกรัม และยาบ้าประมาณ 2 ล้านเม็ด มูลค่ารวมต้นทางกว่า 173 ล้านบาท พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยา

ปฏิบัติการลาดตระเวนจนพบของกลาง

ในช่วงกลางดึกของวันที่ 8 เมษายน 2569 ชุดปราบปรามยาเสพติดจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 (ตชด.235) ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ เพื่อลาดตระเวนตามเส้นทางต่างๆ

กระทั่งพบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 5 กระสอบถูกซุกซ่อนไว้ในพงหญ้า ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2031 สายหลักศิลา-พระซอง บริเวณสะพานข้ามคลองที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม กับตำบลหนองย่างชิ้น อำเภอเรณูนคร จากการตรวจสอบภายในกระสอบ พบว่าบรรจุยาบ้าตรา 999 รวมประมาณ 2,000,000 เม็ด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไม่ไกลจากจุดที่พบกระสอบยา เจ้าหน้า�้ายังพบรถตู้สีขาวและรถกระบะจอดอยู่ริมไหล่ทางอย่างมีพิรุธ แต่ไม่มีผู้ใดอยู่ในรถ จากการสอบถามผู้นำชุมชนและผู้นำหมู่บ้าน ต่างยืนยันว่าไม่เคยพบเห็นรถยนต์ทั้งสองคันมาก่อน คาดว่าเป็นรถที่เตรียมจะใช้ขนยาบ้าขึ้นรถคันใดคันหนึ่ง โดยมีอีกคันหนึ่งขับนำหน้าเพื่อเคลียร์เส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงยึดรถทั้งสองคันเป็นของกลางเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ตามรอยจนพบผู้ต้องหา

แม้ในตอนแรกจะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่เจ้าหน้าที่ได้เร่งแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องสงสัย คือ นายธนพล หรือหนุ่ม อายุ 20 ปี ชาวบ้านหัวดอน ตำบลธาตุพนม ซึ่งมีประวัติอาชญากรอยู่ในแฟ้มของเจ้าหน้าที่ โดยนายหนุ่มมีภรรยาอายุ 16 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลโพนแพง อำเภอธาตุพนม

เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปยังพื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์ และให้สายข่าวปลอมเป็นเพื่อนร่วมขบวนการโทรศัพท์ไปหานายหนุ่มเพื่อถามหาที่อยู่ ซึ่งนายหนุ่มอ้างว่าตอนนี้มาทำงานอยู่ที่จังหวัดสระบุรี และจะกลับหลังสงกรานต์ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมจะถอนกำลังกลับที่ตั้ง ได้มีรถขายไอศกรีมสั่นกระดิ่งผ่านมา ปรากฏว่านายหนุ่มได้เปิดประตูบ้าน ถือชามกระเบื้องออกมาเรียกพ่อค้าไอศกรีมให้จอด

เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวเพื่อสอบถาม แต่นายหนุ่มทิ้งชามกระเบื้องแล้ววิ่งหนี จึงมีการไล่ตะครุบตัวกันในที่สุด จากการสอบถามเบื้องต้น นายหนุ่มอ้างว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยาบ้า 2 ล้านเม็ดที่พบ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นในบ้านพัก ก็ต้องตกใจเพราะภายในบ้านมีลังกระดาษต้องสงสัยจำนวน 12 ลัง พร้อมกับ น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ภรรยาของนายหนุ่ม

ของกลางมหาศาลและคำรับสารภาพ

ทั้งสองจำนนต่อหลักฐานและยอมรับว่าในลังกระดาษมียาไอซ์ จากการตรวจนับพบว่ามีทั้งหมด 597 ถุง/กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงยึดไปสอบสวนพร้อมกับรถจักรยานยนต์ 2 คันที่พบในบริเวณใกล้เคียง จากการสอบสวน นายหนุ่มยอมรับว่าใช้บ้านแม่ยายเป็นที่พักยาเสพติด โดยมีรถยนต์กระบะตู้ทึบลำเลียงมาจากริมแม่น้ำโขง นำมาพักไว้ในบ้านหลังนี้

ตนกับภรรยาจะนอนเฝ้ารอรถคันใหม่มาขนย้ายเข้าไปยังพื้นที่ชั้นใน โดยจะได้ค่านอนเฝ้ากระสอบละ 10,000 บาท นับเป็นการตรวจยึดครั้งสำคัญ เนื่องจากหากยาเสพติดล็อตนี้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสังคม

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของทั้งสองคน พบว่านายหนุ่มมีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ขณะที่น.ส.พลอยไม่พบปัสสาวะสีม่วง แต่พบว่ากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ

มูลค่าและเส้นทางค้ายา

สำหรับมูลค่ายาไอซ์ที่ยึดได้ ต้นทางมีราคากรัมละ 300 บาท โดยหนึ่งถุงมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หรือ 1,000 กรัม คิดเป็นเงิน 300,000 บาท ไอซ์ที่ยึดได้ครั้งนี้จำนวน 579 ถุง/กิโลกรัม จึงมีมูลค่าต้นทางประมาณ 173,700,000 บาท

แหล่งผลิตยานี้อยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และใช้เส้นทางประเทศลาวเป็นจุดถ่ายเท ก่อนที่จะส่งเข้ามายังประเทศไทย นอกจากนี้ ประเทศมาเลเซียยังถูกใช้เป็นประเทศทางผ่านของการค้ายาเสพติดเข้าไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.หลักศิลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป