ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพใน จ.นครปฐม
ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ

ตำรวจสอบสวนกลางบุกจับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพใน จ.นครปฐม

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เปรมปรีดิ์ รองผู้บังคับการฯ และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 7 และชุดสืบสวนจังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพรางศพ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบศพชายไม่ทราบชื่อถูกฝังกลบในพื้นที่รกร้างหมู่ 6 ตำบลบางแก้วฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ต่อมาชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งสามารถระบุตัวผู้ต้องหาได้คือ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม

พฤติการณ์แห่งคดี

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุฆาตกรรมผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเพื่อนบ้านด้วยกัน เนื่องจากมีความขัดแย้งเรื่องหนี้สิน หลังจากก่อเหตุได้นำศพไปอำพรางโดยการฝังดินในพื้นที่รกร้างห่างจากบ้านพักประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนที่จะหลบหนีไปซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมของกลางเป็นรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

ข้อกล่าวหา

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และ “ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุการตาย” ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และมาตรา 199

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่า แต่รับว่าเป็นผู้ช่วยนำศพไปฝังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากมีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และคำให้การของพยานที่เชื่อมโยงผู้ต้องหาเข้ากับเหตุการณ์

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวนที่รวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.สุรศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากผู้ต้องหาพยายามอำพรางคดี แต่ด้วยความร่วมมือของประชาชนและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้สามารถคลี่คลายคดีได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวดเร็ว