สลด! หนุ่มเมียนมาถูกเพื่อนร่วมงานใช้มีดฟันดับคาห้องเช่า จับผู้ต้องหาได้แล้ว
เกิดเหตุสลดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เมื่อชายชาวเมียนมาวัย 25 ปี ถูกเพื่อนร่วมงานใช้มีดฟันจนเสียชีวิตภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในเวลาต่อมา โดยสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว
รายละเอียดเหตุการณ์
เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 25 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในห้องเช่าในพื้นที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์และกู้ภัย
ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าชั้นเดียว พบศพนายอ่อง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในห้อง สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น มีบาดแผลถูกของมีคมฟันที่บริเวณลำคอและแขนหลายแห่ง เลือดกองเต็มพื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น
สอบสวนพยาน
จากการสอบสวนเพื่อนร่วมงานและผู้ที่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน ทราบว่าผู้ตายและผู้ต้องหาคือนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 28 ปี เป็นเพื่อนร่วมงานกันในโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ โดยทั้งคู่มีปากเสียงกันมาก่อนหน้านี้เนื่องจากเรื่องส่วนตัว ก่อนที่ผู้ต้องหาจะถือมีดมายังห้องเช่าของผู้ตายและก่อเหตุ
พยานให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทดังมาจากห้องของผู้ตาย จากนั้นก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะวิ่งออกจากที่เกิดเหตุไป
เร่งติดตามจับกุม
หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหา โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม จนกระทั่งสามารถจับกุมนายสมชายได้ในเวลาต่อมาที่บ้านพักของญาติในอำเภอใกล้เคียง
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากความโกรธแค้นที่ผู้ตายพูดจาดูถูกและข่มขู่ตนเองหลายครั้ง จึงได้ถือมีดมาฟันผู้ตายจนเสียชีวิต
ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ผู้ต้องหา และนำตัวส่งฝ่ายสืบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ศพผู้เสียชีวิตถูกส่งไปยังโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนจะประสานงานกับสถานทูตเมียนมาเพื่อแจ้งให้ญาติทราบ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความขัดแย้งในหมู่แรงงานต่างด้าว ซึ่งมักเกิดจากการปรับตัวทางวัฒนธรรมและความเครียดในการใช้ชีวิต เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้กำชับให้ผู้ประกอบการและนายจ้างดูแลความสัมพันธ์ของแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต



