รวบหนุ่มกทม.ลวงเด็กหญิง 6 ขวบข่มขืนในซอยเปลี่ยว สารภาพกิเลสตัณหา
รวบหนุ่มลวงเด็กหญิง 6 ขวบข่มขืน สารภาพกิเลสตัณหา

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อมรชัย ชมชื่น ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางแค ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายวรวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี และพรากผู้เยาว์

เหตุการณ์สยองขวัญ

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 18.00 น. เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ กำลังเล่นอยู่หน้าบ้านพักในซอยเพชรเกษม 48 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ขณะที่ผู้ปกครองกำลังยุ่งอยู่กับธุระภายในบ้าน ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอด และหลอกลวงเด็กหญิงว่าจะพาไปซื้อขนม ก่อนจะพาเด็กหญิงไปยังซอยเปล่าห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตร แล้วลงมือข่มขืน

หลังเกิดเหตุ เด็กหญิงได้วิ่งกลับบ้านร้องไห้และเล่าให้แม่ฟัง แม่จึงพาไปแจ้งความที่ สน.บางแค เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนจนสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักในซอยเพชรเกษม 48/1 และจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำสารภาพ

จากการสอบสวน นายวรวุฒิให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุเพราะเกิดอารมณ์ทางเพศ โดยเห็นเด็กหญิงกำลังเล่นอยู่เพียงลำพัง จึงอาศัยจังหวะที่ไม่มีผู้คนล่อลวงเด็กไปก่อเหตุ นอกจากนี้ยังให้การอีกว่า เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่สามารถระบุจำนวนครั้งและสถานที่ได้แน่ชัด เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นอีก

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และมีพฤติกรรมชอบล่อลวงเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่อยู่ตามลำพัง จึงขอให้ผู้ปกครองเพิ่มความระมัดระวัง และไม่ปล่อยเด็กเล็กให้อยู่ตามลำพังในที่สาธารณะ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อกฎหมาย

เบื้องต้นแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาของตน และพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ถือเป็นผู้เสียหายที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ทำให้มีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นตามลำพังในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งเป็นช่วงที่อาจมีผู้ไม่หวังดีแอบซุ่มอยู่