สาวถูกแฟนเก่าทำร้ายจนปางตาย ตร.เร่งล่าตัวคดีอุกอาจ
สาวถูกแฟนเก่าทำร้ายจนปางตาย ตร.เร่งล่าตัว

เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อหญิงสาววัย 25 ปี ถูกแฟนเก่าบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายภายในบ้านพักในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้กำลังเข้าทำร้ายหญิงสาวอย่างทารุณ ก่อนจะหลบหนีไป

รายละเอียดเหตุการณ์

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุคืออดีตแฟนหนุ่มของหญิงสาว ซึ่งทั้งคู่เคยคบหากันมาก่อน แต่ได้เลิกรากันไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุยังคงไม่ยอมรับการเลิกรา และได้ตามก่อกวนหญิงสาวมาโดยตลอด จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นในครั้งนี้

หญิงสาวเล่าว่า ในคืนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ปีนรั้วบ้านเข้ามาในพื้นที่ และตรงเข้ามาทำร้ายเธอด้วยอาวุธมีด ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนและลำตัวหลายแห่ง โชคดีที่เพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจึงรีบแจ้งตำรวจและนำตัวส่งโรงพยาบาลทันเวลา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดำเนินคดี

พ.ต.อ.สมชาย ใจดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ทางตำรวจได้รับแจ้งเหตุและลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานจากที่เกิดเหตุ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ซึ่งมีอัตราโทษสูงถึงจำคุก 10 ปี พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อเหยื่อ

ด้านแพทย์ผู้ให้การรักษาเปิดเผยว่า หญิงสาวมีบาดแผลถูกฟันที่แขนและลำตัวหลายแห่ง เส้นเอ็นที่แขนถูกตัดขาด ต้องได้รับการผ่าตัดเย็บเส้นเอ็นและรักษาอาการบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานานกว่าจะหายเป็นปกติ

นอกจากบาดแผลทางกายแล้ว หญิงสาวยังมีอาการทางจิตใจที่ย่ำแย่ เนื่องจากเกิดความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดนักจิตวิทยาเข้ามาให้คำปรึกษาและดูแลสภาพจิตใจอย่างต่อเนื่อง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

จากเหตุการณ์นี้ นักกฎหมายได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความรุนแรงในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ โดยระบุว่า การกระทำของผู้ก่อเหตุเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ และมาตรา 364 ฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ

นอกจากนี้ หากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมตามคุกคามเหยื่อมาโดยตลอด อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 อีกด้วย ซึ่งมีมาตรการคุ้มครองเหยื่อและบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง

จากเหตุการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวหรือจากคนรักเก่า ว่าควรดำเนินการดังนี้

  • แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง
  • เก็บรวบรวมหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายบาดแผล ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือบันทึกเสียงการข่มขู่
  • ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน เช่น ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ตามลำพังในสถานที่เสี่ยง และแจ้งให้คนใกล้ชิดทราบถึงสถานการณ์

ทั้งนี้ ทางตำรวจยังคงเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด และขอให้ประชาชนที่พบเห็นเบาะแสแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่