พลทหารรับสารภาพก่อเหตุล่วงละเมิดเยาวชนหญิงในงานสงกรานต์ เตรียมส่งฟ้องศาลทหาร
กองทัพบกออกมายืนยันกรณีอื้อฉาว เมื่อพลทหารสังกัดกองร้อยบริการ กองทัพภาคที่ 1 ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุล่วงละเมิดเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ากระทำเพียงคนเดียวและไม่มีพลเรือนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
หน่วยต้นสังกัดให้ความร่วมมือเต็มที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่าหน่วยต้นสังกัดได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านข้อมูล พยานหลักฐาน และการประสานงาน เพื่อให้คดีเดินหน้าอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา โดยไม่มีการปิดบังหรือละเว้นใดๆ
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยใช้คำว่า "ทำจริง รับจริง" และยืนยันว่าไม่มีพลเรือนรายใดร่วมกระทำผิดด้วย อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อเช็กให้ชัดและไล่ให้ครบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ หากไม่พบผู้ร่วมกระทำผิด คดีมีแนวโน้มจะถูกส่งฟ้องต่อศาลทหารตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ผู้เสียหายให้ปากคำกับสหวิชาชีพที่สน.ชนะสงคราม
ขณะเดียวกัน ในวันนี้ (17 เม.ย.2569) ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี พร้อมด้วยมารดาและพี่ชาย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่สน.ชนะสงคราม โดยมีสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำ ประกอบด้วยนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และพนักงานอัยการ
พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนผู้เสียหาย จากหลักฐานเบื้องต้นพบว่ามีผู้ก่อเหตุคนเดียว หลังจากสอบสวนเสร็จสิ้น จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดและทำหนังสือถึงต้นสังกัดของผู้ต้องหา เพื่อควบคุมตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา
ข้อกล่าวหาหนักหน่วงและขั้นตอนการดำเนินคดี
คดีนี้เกี่ยวข้องกับข้อหาหนักหน่วงหลายประการ ได้แก่ พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเราอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี และกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยไม่จำเป็นต้องขอศาลออกหมายจับ เนื่องจากผู้ต้องหายอมรับสารภาพกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดและถูกควบคุมตัวอยู่แล้ว พร้อมส่งตัวให้ดำเนินคดีทันที
คาดว่าผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวในวันพรุ่งนี้ (18 เม.ย.) ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง ก่อนจะควบคุมตัวส่งศาลทหารได้ในวันจันทร์ แต่ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชาด้วย
การตรวจร่างกายผู้เสียหายและความคืบหน้าของคดี
สำหรับผลการตรวจร่างกายผู้เสียหาย ผู้บังคับบัญชาได้เร่งรัดไปที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล และคาดว่าจะได้ผลภายใน 1-2 สัปดาห์ ขณะที่กระบวนการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงการปกป้องสิทธิ์ของผู้เสียหายผ่านกระบวนการสหวิชาชีพที่ครอบคลุมและเป็นมาตรฐาน



