วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังจากถูกเพื่อนสนิทหลอกขายที่ดินจำนวน 2 ไร่ ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของตนเอง แต่กลับพบว่าเป็นที่ดินของบุคคลอื่น ส่งผลให้สูญเงินจำนวน 4.5 แสนบาท
เหตุการณ์เริ่มต้น
น.ส.เอ เล่าว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เพื่อนสาวที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ได้ชักชวนให้ซื้อที่ดินในราคาถูก โดยอ้างว่าตนเองมีที่ดินแปลงหนึ่งติดกับที่ดินของญาติ ต้องการขายด่วนเพราะต้องการเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยหนัก ราคาเพียงไร่ละ 2.25 แสนบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดมาก
ด้วยความเชื่อใจเพื่อนสนิท น.ส.เอ จึงตกลงซื้อที่ดิน 2 ไร่ เป็นเงิน 4.5 แสนบาท โดยได้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารให้เพื่อนสาวเป็นงวดๆ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2567 พร้อมกับให้เพื่อนสาวดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้ตนเอง
พบความจริง
ต่อมา น.ส.เอ ได้ตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา พบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวไม่ได้เป็นของเพื่อนสาว แต่เป็นของบุคคลอื่นที่อยู่นอกพื้นที่ จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงพยายามติดต่อเพื่อนสาว แต่กลับพบว่าเพื่อนสาวปิดโทรศัพท์หนี และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย
น.ส.เอ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกเสียใจมากที่ถูกเพื่อนสนิทหลอก เพราะที่ผ่านมาไว้ใจและคบกันมานาน อีกทั้งเงินที่เสียไปเป็นเงินเก็บที่หามาด้วยความยากลำบาก หวั่นว่าจะเป็นขบวนการหลอกขายที่ดินที่มีพฤติกรรมคล้ายกันในพื้นที่อื่น
แจ้งความดำเนินคดี
น.ส.เอ ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีกับเพื่อนสาวในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ พร้อมนำหลักฐานการโอนเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องมอบให้ตำรวจสอบสวน
ด้านพนักงานสอบสวนเบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และจะออกหมายเรียกผู้ต้องหามาสอบปากคำ หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข้อแนะนำจากผู้เสียหาย
น.ส.เอ ฝากเตือนประชาชนที่ต้องการซื้อที่ดิน ควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ และไม่ควรเชื่อใจบุคคลใกล้ชิดมากเกินไป ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินโดยตรง เพื่อป้องกันการถูกหลอกเช่นเดียวกับตนเอง



