ช่างภาพสาวรายหนึ่งเปิดใจกับสื่อ หลังถูกชายหนุ่มอ้างตัวเป็นทนายความและตำรวจหลอกยืมเงินรวมกว่า 1 แสนบาท โดยผู้ก่อเหตุดังกล่าวอ้างว่ามีคดีความและต้องการเงินไปดำเนินการต่างๆ ก่อนจะปิดมือถือหนีหายไป
เปิดปมหลอกยืมเงิน
ผู้เสียหายเล่าว่า รู้จักกับชายคนดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยฝ่ายชายอ้างตัวว่าเป็นทนายความและมีตำแหน่งเป็นตำรวจด้วย ทำให้ตนเชื่อถือ ต่อมาได้ขอให้ตนโอนเงินไปช่วยเหลืออ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในคดีต่างๆ โดยให้สัญญาว่าจะคืนเงินให้
เมื่อรวมยอดเงินที่โอนไปทั้งหมดกว่า 1 แสนบาท ฝ่ายชายเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่ยอมรับสาย และสุดท้ายก็ปิดโทรศัพท์หนี ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก
การดำเนินการทางกฎหมาย
ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานเป็นหลักฐานการโอนเงินและข้อความสนทนาที่ใช้ในการติดต่อ
ด้านทนายความของช่างภาพสาวกล่าวว่า คดีนี้มีมูลความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 342 โดยอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อเตือนใจสำหรับประชาชน
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ประชาชนระมัดระวังการโอนเงินให้กับบุคคลที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอิทธิพล ควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ
ทั้งนี้ ผู้เสียหายหวังว่าคดีนี้จะถูกดำเนินการอย่างจริงจัง และผู้ก่อเหตุจะถูกนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงผู้อื่นอีก



