ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยประชาชน หลังพบมิจฉาชีพใช้วิธีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกลวงเหยื่อผ่านวิดีโอคอล โดยอ้างว่ามีหมายจับหรือคดีความเกี่ยวข้อง ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อปิดคดี
วิธีการหลอกลวง
มิจฉาชีพจะติดต่อเหยื่อทางโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชันสนทนา อ้างตัวเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จากนั้นจะแจ้งว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย เช่น คดีฟอกเงิน หรือคดีค้ายาเสพติด เพื่อสร้างความตื่นตระหนก
การใช้เทคโนโลยีหลอกลวง
มิจฉาชีพจะขอวิดีโอคอลกับเหยื่อ โดยสวมชุดคล้ายเครื่องแบบตำรวจ หรือใช้ภาพพื้นหลังที่ดูเป็นทางการ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังอาจแสดงเอกสารปลอม เช่น หมายจับ หรือคำสั่งศาล เพื่อกดดันให้เหยื่อคล้อยตาม
คำแนะนำจากตำรวจ
- อย่าหลงเชื่อหากมีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีคดีความ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน
- หากได้รับสายลักษณะนี้ ให้วางสายทันที และโทรตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง
- ไม่ควรติดตั้งแอปพลิเคชันหรือให้ข้อมูลส่วนตัวผ่านทางโทรศัพท์
- แจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 191 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์
สถิติคดี
ในช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้เสียหายถูกหลอกด้วยกลอุบายนี้จำนวนมาก สร้างความเสียหายมูลค่าหลายล้านบาท ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมเครือข่ายมิจฉาชีพ พร้อมขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง
กรณีตัวอย่าง
มีรายงานผู้เสียหายรายหนึ่งถูกหลอกให้โอนเงินรวมกว่า 500,000 บาท หลังจากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตำรวจสอบสวนกลาง และอ้างว่ามีหมายจับในข้อหาฟอกเงิน เหยื่อหลงเชื่อเนื่องจากเห็นวิดีโอคอลที่ดูเหมือนเป็นทางการ
ตำรวจย้ำว่าหน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งให้ประชาชนโอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ หากพบพฤติกรรมดังกล่าว ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ



