ดร.ส่งศักดิ์ มุ่งดี นักวิชาการด้านกฎหมายชื่อดัง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปรับเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท ในข้อหาไม่ติดป้ายทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดร.ส่งศักดิ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกตรวจที่บริเวณถนนพหลโยธิน เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับขี่ไม่แสดงป้ายทะเบียนด้านหน้ารถ จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่ โดยป้ายทะเบียนยังอยู่ในระหว่างจัดส่งจากกรมการขนส่งทางบก ดร.ส่งศักดิ์ได้ชี้แจงให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงสถานะดังกล่าว พร้อมแสดงเอกสารการจดทะเบียนชั่วคราว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันที่จะออกใบสั่งปรับตามกฎหมาย
ข้อโต้แย้งทางกฎหมาย
ดร.ส่งศักดิ์ ระบุว่า การที่รถยนต์ไฟฟ้าไม่มีป้ายทะเบียนด้านหน้าในขณะที่ป้ายทะเบียนยังไม่ได้รับจากกรมการขนส่งฯ นั้น ถือเป็นข้อยกเว้นตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ขับขี่มีเอกสารชั่วคราวที่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นไม่ได้ออกแบบให้มีช่องสำหรับติดตั้งป้ายทะเบียนด้านหน้า ซึ่งอาจทำให้การติดตั้งป้ายทะเบียนไม่สอดคล้องกับโครงสร้างของรถ
ดร.ส่งศักดิ์ กล่าวว่า "การที่ตำรวจออกใบสั่งปรับโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าป้ายทะเบียนยังไม่ได้รับจากกรมการขนส่งฯ ถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และอาจเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ขับขี่"
การยื่นฟ้อง
ดร.ส่งศักดิ์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม โดยระบุว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนใบสั่งปรับดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายจากการถูกดำเนินคดีโดยมิชอบ
ทนายความของดร.ส่งศักดิ์ ระบุว่า คดีนี้มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการตีความกฎหมายจราจรในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังแพร่หลายมากขึ้น การบังคับใช้กฎหมายที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
ปฏิกิริยาจากสังคม
กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนแสดงความเห็นว่ากฎหมายควรได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่บางส่วนมองว่าการที่ตำรวจยึดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ควรใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมในแต่ละกรณี
ทางด้านกองบังคับการตำรวจจราจร ยังไม่มีการออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว แต่คาดว่าทางตำรวจจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลเมื่อถึงวันนัดพิจารณาคดี
ดร.ส่งศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผมหวังว่าคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานที่ดีในการบังคับใช้กฎหมายจราจรในอนาคต และช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น"



