ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในคดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเสริฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แม่มณี" พร้อมพวกรวม 18 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 18 คน เป็นการกระทำความผิดตามฟ้อง โดยนางสาววันทนีย์เป็นแกนหลักในการชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 30-50 ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงเกินจริง สร้างความเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท
คำพิพากษา
ศาลพิพากษาว่านางสาววันทนีย์มีความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ รวม 7,204 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 7,204 ปี แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกสูงสุดไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุก 50 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายตามจำนวนที่พิสูจน์ได้
ส่วนจำเลยอื่นๆ ศาลพิพากษาจำคุกในอัตราที่แตกต่างกันตามบทบาทและความผิด โดยบางรายได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 10-30 ปี พร้อมทั้งให้ชดใช้ค่าเสียหายตามส่วน
ปฏิกิริยาจากผู้เสียหาย
ภายหลังการอ่านคำพิพากษา ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาแสดงความพอใจต่อคำตัดสิน แต่บางส่วนยังคงเรียกร้องให้มีการดำเนินการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหายอย่างเต็มที่ เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากที่สูญเสียเงินออมทั้งชีวิต
ด้านทนายความของแม่มณีระบุว่า จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป โดยเห็นว่าคำพิพากษายังไม่เป็นธรรมและพยานหลักฐานบางส่วนยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเพียงพอ
ปิดตำนานแม่มณี
คดีแม่มณีถือเป็นหนึ่งในคดีแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง และเป็นที่สนใจของสังคมไทยอย่างกว้างขวาง โดยนางสาววันทนีย์มีพฤติกรรมโอ้อวดความร่ำรวยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนสามารถสร้างความน่าเชื่อถือและชักชวนผู้คนให้ร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ธุรกิจจะล่มสลายและถูกดำเนินคดีในที่สุด
คำพิพากษาในวันนี้ถือเป็นการปิดตำนานแม่มณีอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจแก่ประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง



