ผบ.ตร.สั่งพิจารณาพฤติกรรม 'พ.ต.อ.' จ่อให้ออกจากราชการ หลังพบหลักฐานเกี่ยวข้องขบวนการกรรโชกทรัพย์
ผบ.ตร.สั่งพิจารณาพฤติกรรม 'พ.ต.อ.' จ่อให้ออกจากราชการ

ผบ.ตร.สั่งพิจารณาพฤติกรรม 'พ.ต.อ.' จ่อให้ออกจากราชการ หลังพบหลักฐานเกี่ยวข้องขบวนการกรรโชกทรัพย์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งไปยังต้นสังกัดให้พิจารณาพฤติกรรมของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยศพันตำรวจเอก (พ.ต.อ.) ที่ถูกออกหมายจับในข้อหามีส่วนร่วมกับขบวนการกรรโชกทรัพย์ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 วัน

หลักฐานชัดเจนเกี่ยวข้องขบวนการกรรโชกทรัพย์

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยพฤติกรรมการทำงานเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของ ตม. ส่งผลให้มีการจับกุมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า มีหลักฐานยืนยันว่าตำรวจนายดังกล่าวมีสังกัดอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่กลับปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่นครบาลและเข้าไปพัวพันกับขบวนการจนถูกออกหมายจับ หากการกระทำเข้าข่ายความผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระเบียบและขั้นตอนพิจารณาเรื่องวินัยอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยอย่างรวดเร็ว

ตามขั้นตอนปกติ ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องรายงานตัวต่อต้นสังกัดว่าต้องคดีอาญา จากนั้นต้นสังกัดจะรายงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเรื่องการปกครองและวินัย พล.ต.ท.ไตรรงค์ เน้นย้ำว่า ผบ.ตร.มีนโยบายชัดเจนว่า หากตำรวจทำถูกต้องและทำดี จะได้รับการส่งเสริมให้มีความก้าวหน้า แต่หากกระทำผิดและมีพยานหลักฐานรับฟังได้ ก็จะดำเนินการอย่างไม่ละเว้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นโยบายนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานวิชาชีพและความน่าเชื่อถือขององค์กรตำรวจ โดยพล.ต.ท.ไตรรงค์ ย้ำอีกว่า เรื่องวินัยของตำรวจมีระเบียบที่ชัดเจนตามกฎหมาย และท้ายที่สุดหากมีความผิดชัดเจน สามารถมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้

แยกแยะการกระทำส่วนตัวจากองค์กร

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีกรณีที่เกี่ยวข้องกับตำรวจที่ไปทำร้ายประชาชนหรือขบวนการร่วมกรรโชกทรัพย์เงินตำรวจด้วยกัน โดยขอให้ประชาชนแยกแยะว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรตำรวจโดยรวม

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยช่วยเหลือผู้กระทำผิด และพร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกกรณี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนในกระบวนการยุติธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงาน

ขณะนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนเพิ่มเติม โดยผู้ต้องหาบางส่วนปฏิเสธข้อกล่าวหาและถูกคุมตัวฝากขัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของขบวนการกรรโชกทรัพย์ที่อาจมีเครือข่ายกว้างขวางและต้องการการตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ