พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ปัดข้อหากรรโชกทรัพย์ ยืนยันไม่เคยพูดคุยกับ 'อัจฉริยะ'
พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ปัดข้อหากรรโชกทรัพย์ ไม่เคยคุย 'อัจฉริยะ'

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ปัดข้อหากรรโชกทรัพย์ ยืนยันไม่เคยพูดคุยกับ 'อัจฉริยะ'

วันนี้ (22 เมษายน 2569) ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัวผู้ต้องหาในคดีร่วมกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานความผิดกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหาย พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 ซึ่งเป็นหนึ่งในหกผู้ต้องหา ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กรณีที่ถูกกล่าวหาร่วมขบวนการกรรโชกทรัพย์กับนายอัจฉริยะนั้น ไม่เป็นความจริง โดยเขาระบุว่าไม่เคยได้รับการประสานหรือมีบทบาทในการเรียกเงินจากผู้เสียหายเลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยพูดคุยกับนายอัจฉริยะมาก่อน

ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนจากปากผู้ต้องหา

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ อธิบายว่า มีเพียงการแนะนำช่องทางให้ พ.ต.อ.วัชรพล เข้าพูดคุยกับนายอัจฉริยะเท่านั้น และย้ำว่าไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใด ๆ จากกรณีดังกล่าว นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธว่า บุคคลที่ปรากฏในภาพวงจรปิดไม่ใช่ตนเอง และไม่เคยเดินทางไปที่บ้านหรือที่ทำงานของนายอัจฉริยะเลย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สำหรับประเด็นขบวนการช่วยเหลือผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักขัง พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ระบุว่าไม่ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากอยู่คนละหน่วยงานและไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง ส่วนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เขาเห็นว่าเป็นดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา และหากยังดำรงตำแหน่งก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับนายอัจฉริยะ

พ.ต.อ.กวินศักดิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์กับนายอัจฉริยะไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักกันเป็นพิเศษ แต่กลับมีความขัดแย้งกันมากกว่า โดยนายอัจฉริยะพยายามโจมตีตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการทุจริตในหลายโครงการ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จนตนเองถูกร้องเรียนและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนร้ายแรง

ในช่วงท้าย เขาระบุว่า ที่ผ่านมาถูกกล่าวหาในหลายเรื่อง แต่กระบวนการยุติธรรมได้พิสูจน์แล้วว่าบริสุทธิ์ พร้อมฝากถึงนายอัจฉริยะให้คำนึงถึงผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกกล่าวหา และให้สังคมเป็นผู้พิจารณาพฤติกรรมดังกล่าว

ด้านนายอัจฉริยะ ย้ำความบริสุทธิ์ตามคำสั่งศาล

ขณะเดียวกัน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ภายหลังได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ค้ำประกัน 400,000 บาท ได้เดินลงจากอาคารศาลอาญาและทักทายกับสื่อมวลชน เขาระบุว่าไม่สามารถให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งศาลที่ห้ามพาดพิงเกี่ยวกับคดี

อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะ ย้ำว่าไม่ได้กังวล เนื่องจากตนเองไม่ได้กระทำผิด พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม โดยเขามั่นใจว่าความจริงจะปรากฏในที่สุด

คดีกรรโชกทรัพย์นี้ยังคงอยู่ในระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้แถลงก่อนหน้านี้ว่าพบแผนประทุษกรรมชัดเจน และเปิดเผยภาพวงจรปิดที่นายอัจฉริยะนั่งคุยกับตำรวจคู่กรณี 2 นาย ก่อนถูกจับข้อหากรรโชกทรัพย์ สังคมยังคงจับตาดูพัฒนาการของคดีนี้อย่างใกล้ชิด