วันนี้ (7 พ.ค. 2569) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันในนาม "บิ๊กโจ๊ก" ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีที่ถูกอดีตลูกน้องตำรวจกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย โดยเจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอให้สังคมอย่านำเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงกับประเด็น "เซียนพระ" ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้
รายละเอียดการให้ปากคำ
การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางมาพร้อมกับนายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความส่วนตัว รวมถึงพยานอีก 3-4 ปาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เกี่ยวข้องด้านความเห็นทางการแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเด็นสำคัญของคดี คดีดังกล่าวเกิดจากการที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ เข้าแจ้งความกล่าวหาว่าถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอดีตนายตำรวจระดับสูงของประเทศ
บิ๊กโจ๊กยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับเซียนพระ
ภายหลังเข้าให้ปากคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยสั้น ๆ กับสื่อมวลชนว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในคดีของตนเองเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่น โดยเฉพาะประเด็น "เซียนพระ" ที่มีบางฝ่ายพยายามเชื่อมโยง พร้อมยืนยันว่าไม่รู้จักบุคคลตามที่มีข่าว และไม่ต้องการให้สังคมนำสองเรื่องนี้มาปะปนกัน
ทนายความชี้แจงหลักฐานทางการแพทย์
ด้านนายสัญญาภัชระ ทนายความส่วนตัว เปิดเผยว่า การนำพยานทางการแพทย์เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีหลักฐานชัดเจนและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยทีมกฎหมายต้องการแสดงให้เห็นว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายนั้นไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์ที่มีอยู่ ทนายความระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ให้ข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ต่อพนักงานสอบสวนครบถ้วนแล้ว และหากในอนาคตพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็พร้อมจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ด้วยการยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ
ชี้แจงความคลาดเคลื่อนของข้อมูล
นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้เกิดกระแสวิจารณ์ว่า คำให้การของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับคำชี้แจงของทนายความ ดูเหมือนจะไม่ตรงกันในวันที่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งก่อน โดยนายสัญญาภัชระอธิบายว่า ในวันดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตั้งใจจะดำเนินการหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และการแจ้งความกลับคู่กรณี แต่เนื่องจากมีภารกิจเร่งด่วนและข้อจำกัดเรื่องเวลา จึงทำให้ดำเนินการได้เพียงบางส่วน ส่งผลให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายขัดแย้งกัน
ความคืบหน้าของคดี
ขณะนี้คดียังคงอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน โดยมีรายงานว่า อาจมีการนัดหมายส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาในช่วงวันที่ 20 พ.ค. นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่าจะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นว่าข้อเท็จจริงรวมถึงหลักฐานทางการแพทย์ จะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้ในที่สุด
อ่านข่าวอื่น : สั่งหยุดกิจการชั่วคราว "โรงงานปลากระป๋อง" ปมสินค้าไม่ตรงปก สิ้นตำนาน "เท็ด เทอร์เนอร์" ผู้ก่อตั้ง CNN เจ้าพ่อโลกการสื่อสาร 24 ชม. ทนาย "สส.กมลศักดิ์" ร้อง ผบ.ตร.เร่งรัดคดีลอบยิง-หาตัวคนบงการ



