กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวคัดค้านเพิกถอนอายัดทรัพย์สแกมเมอร์มูลค่าหมื่นล้านบาท
วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2569) กลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงของเครือข่ายสแกมเมอร์ได้รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคัดค้านการเพิกถอนอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีมูลค่าสูงถึงกว่า 10,000 ล้านบาท การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีผู้เสียหายเข้าร่วมคัดค้านมากกว่า 180 คน ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายที่ประเมินไว้กว่า 500 ล้านบาท สะท้อนถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อกระบวนการทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิในการได้รับคืนทรัพย์สิน
ความกังวลเรื่องการแทรกแซงและความเชื่อมโยงกับนักการเมือง
นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ในฐานะตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่า ทรัพย์สินของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ถูกอายัดโดย ปปง. นั้น ครอบคลุมกรณีของบุคคลสำคัญ เช่น เบน สมิธ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ และ ยิม เลียก ซึ่งมีข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา โดยทั้งสองรายนี้มีข้อมูลภาพปรากฏเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยหลายคน ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า อาจมีการแทรกแซงในกระบวนการพิจารณาของ ปปง. ซึ่งอาจบิดเบือนความเป็นธรรมและขัดขวางการดำเนินคดี
นายยศวินทร์ ยังได้เสริมว่า จากการติดตามเส้นทางการเงินและกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเงินส่วนใหญ่มีปลายทางไปยังประเทศกัมพูชา และมีความเชื่อมั่นว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดนั้นมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการกระทำความผิด นอกจากนี้ ยังมีความกังวลอย่างยิ่งว่า หากมีการเพิกถอนการอายัดทรัพย์สิน อาจทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินตามสิทธิที่พึงมี ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสแกมเมอร์
การยืนยันจาก ปปง. เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาอย่างเป็นธรรม
ด้านนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ซึ่งเป็นตัวแทนรับหนังสือจากกลุ่มผู้เสียหาย ได้ยืนยันว่า ปปง. จะดำเนินการพิจารณาตามพยานหลักฐานอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถอดชื่อยิม เลียกออกจากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามสแกมเมอร์ข้ามชาติ นับเป็นพยานแวดล้อมที่รับฟังประกอบการพิจารณา แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่มีผลโดยตรงต่อดุลพินิจของคณะกรรมการธุรกรรม
สำหรับทรัพย์สินที่ ปปง. ยึดและอายัดไว้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์รายสำคัญหลายคดีและมีมูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาทนั้น ภายหลังที่มีคำสั่งอายัด ผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์จะต้องเข้าชี้แจงที่มาของทรัพย์สินตามกระบวนการกฎหมาย หากสามารถรับฟังได้อย่างสมเหตุสมผล ก็อาจมีการเพิกถอนการอายัด แต่หากไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ คณะกรรมการจะส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อพิจารณาประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายและเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยทรัพย์คืน โดยคาดว่าคณะกรรมการธุรกรรมจะมีมติการพิจารณาในช่วงเย็นของวันนี้
ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ยังได้เน้นย้ำว่า ปปง. เชื่อมั่นในพยานหลักฐานและกระบวนการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ โดยเอกสารในสำนวนจะถูกจำกัดการเข้าถึงเฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่ ปปง. ที่สืบสวนเรื่องนี้โดยตรงและคณะกรรมการธุรกรรมเท่านั้น เพื่อรักษาความลับของราชการและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมทั้งย้ำว่าการพิจารณาทุกขั้นตอนต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและต้องรับฟังคำชี้แจงตามหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สังคมกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลและความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม ซึ่งหากกระบวนการดำเนินไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ย่อมจะช่วยฟื้นฟูความไว้วางใจของผู้เสียหายและสาธารณชนได้ในระดับหนึ่ง