เกิดเหตุสะเทือนขวัญในวงการกีฬาโลก เมื่อนักกีฬาโอลิมปิกหญิงทีมชาติเคนยาถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงภายในบ้านพักในเมืองอิตเทน ประเทศเคนยา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 เมษายน 2567 ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความตื่นตระหนกให้กับเพื่อนบ้านและวงการกีฬาเป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
ตามรายงานของตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุจากเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากภายในบ้านพักของนักกีฬาวิ่งระยะกลางชื่อดัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่านักกีฬาหญิงวัย 28 ปี มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง ถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดและของแข็ง สามีผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
สภาพผู้บาดเจ็บ
แพทย์ระบุว่านักกีฬารายนี้มีอาการสาหัส ถูกแทงที่บริเวณลำตัวและแขนหลายแห่ง รวมถึงมีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายด้วยของแข็ง ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย ญาติและเพื่อนร่วมทีมต่างแสดงความกังวลและขอให้กำลังใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์
การสืบสวนของตำรวจ
ตำรวจเคนยาได้เริ่มการสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวภายในครอบครัว เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวสามีผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงกีฬาเช่นกัน เนื่องจากเป็นอดีตนักกีฬาทีมชาติเคนยาเช่นกัน ตำรวจได้ออกหมายจับและขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส
ปฏิกิริยาจากสังคม
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเคนยาและวงการกีฬาโลก เนื่องจากนักกีฬารายนี้เป็นตัวแทนของประเทศในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหลายครั้งและมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ หลายฝ่ายออกมาประณามการกระทำที่รุนแรงและเรียกร้องให้มีการคุ้มครองนักกีฬาหญิงจากความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น สหพันธ์กรีฑานานาชาติ (World Athletics) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและสนับสนุนให้มีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
สถิติความรุนแรงในครอบครัวในเคนยา
จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ พบว่าเคนยามีอัตราความรุนแรงในครอบครัวสูง โดยผู้หญิงมากกว่าร้อยละ 40 เคยประสบกับความรุนแรงจากคู่ครอง เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน องค์กรสิทธิสตรีในเคนยาเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการป้องกันและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
ขณะนี้เพื่อนบ้านและชุมชนในเมืองอิตเทนต่างรวมตัวกันจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว โดยหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนให้สังคมตระหนักถึงปัญหาและร่วมมือกันยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ



