เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 12.13 น. เกิดเหตุการณ์สลดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่ออาสาสมัครทหารพรานได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงระหว่างปฏิบัติภารกิจตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย และเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านรือเปาะ ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ภายหลังจากได้รับข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เชื่อมโยงกับคดีลอบยิงปลัดอำเภอจะแนะเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ในพื้นที่บ้านสุแฆ อำเภอจะแนะ
รายละเอียดเหตุการณ์
ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อาสาสมัครทหารพราน วุฒิพงศ์ ชุมเชื้อ กำลังพลสังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลจะแนะเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บรุนแรง ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
การตอบโต้และการเจรจา
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตอบโต้ตามสถานการณ์และหลักยุทธวิธีที่จำเป็นเพื่อป้องกันตนเองและรักษาความปลอดภัยของกำลังพล พร้อมทั้งเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และเดินหน้าเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามแนวทางสันติวิธี แม้ผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังคงยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีและเปิดโอกาสให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวเพื่อลดความสูญเสียของทุกฝ่าย
การรักษาพื้นที่และการติดตาม
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ และเร่งติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ปฏิบัติการ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย หากพบเห็นบุคคลหรือสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อเตือนใจทางกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ยังขอเน้นย้ำว่า ผู้ใดให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการนำพาหลบหนี การซ่อนเร้น การให้ที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



