คดีดัง! หนุ่มเมาแล้วขับชนคนตายศาลสั่งจำคุก 10 ปี
หนุ่มเมาแล้วขับชนคนตายศาลสั่งจำคุก 10 ปี

คดีเมาแล้วขับชนคนตาย ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาในคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทย เมื่อนายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หลังจากที่เขาเมาสุราแล้วขับรถยนต์ชนนายดำ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี เสียชีวิต

รายละเอียดคดี

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 02.00 น. บนถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร นายสมชายขับรถยนต์เก๋งด้วยความเร็วสูงในสภาพมึนเมา โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดถึง 180 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จากนั้นได้ชนนายดำที่กำลังขี่จักรยานยนต์อยู่บริเวณใกล้เคียง ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมชายไว้ และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยอัยการได้ยื่นฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถในขณะเมาสุรา ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำพิพากษา

ศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่านายสมชายกระทำความผิดจริง โดยมีพฤติการณ์ที่ร้ายแรง เนื่องจากเมาสุราอย่างหนักและขับรถด้วยความเร็วสูงในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้อื่นอย่างมาก ศาลจึงพิพากษาจำคุก 10 ปี โดยไม่รอลงอาญา อย่างไรก็ตาม นายสมชายให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของนายสมชายเป็นเวลา 5 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากครอบครัวผู้เสียชีวิต

นางสาวแดง (นามสมมติ) ภรรยาของนายดำ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาล แต่ก็ยังเสียใจที่สูญเสียสามีไป เธอหวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนให้กับผู้ที่คิดจะขับรถในขณะมึนเมา เพราะการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้อื่น แต่ยังทำลายครอบครัวของผู้กระทำผิดด้วย

ข้อคิดจากคดี

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเมาแล้วขับที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย แม้จะมีกฎหมายที่เข้มงวดและบทลงโทษที่รุนแรง แต่ก็ยังมีผู้ที่ฝ่าฝืนอยู่เสมอ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้